Joomla TemplatesWeb HostingWeb Hosting

Home สฺวาคตนฺเต เกี่ยวกับวัด

สภาพทั่วไปและที่ตั้งวัด

สภาพทั่วไปและที่ตั้งวัด

      วัดมหาพุทธาราม เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ เลขที่ ๑๖๗ ถนนขุขันธ์ ตำบลเมืองเหนือ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ ๓๓๐๐๐

      อาณาเขตที่ตั้งวัด ทิศตะวันออก จรดถนนขุขันธ์ ทิศตะวันตก จรดถนนศรีสะเกษ ทิศเหนือ จรดที่ดินเอกชน ทิศใต้ จรดถนนเทศบาล มีเนื้อที่ ๒๓ ไร่ ๒ งาน ๑๐ ตารางวา

ความสำคัญของวัด

            วัดมหาพุทธาราม เป็นวัดราษฎร์ที่มีอาณาเขตกว้างขวาง เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองมาตั้งแต่สมัยเมืองศรีนครเขตถึงสมัยเมืองศรีสะเกษ  ปัจจุบัน มหาเถรสมาคม ประกาศให้วัดมหาพุทธาราม เป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดศรีสะเกษ แห่งที่ ๑/๒๕๔๙ อันแสดงว่าวัดมหาพุทธาราม เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนชาวพุทธทั้งหลาย เป็นศูนย์กลางการปกครอง การศึกษา การเผยแผ่พระพุทธศาสนา การศึกษาสงเคราะห์ การสาธารณูปการ และการสาธารณสงเคราะห์ของคณะสงฆ์ ตั้งแต่อดีตสืบทอดมาจนปัจจุบัน นอกจากนั้น วัดมหาพุทธาราม ยังเป็นสถานที่ใช้ประกอบพิธีสำคัญของคณะสงฆ์ และพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาของเจ้าเมืองและ ข้าหลวงในอดีต และข้าราชการทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ตลอดมากระทั่งบัดนี้..

 ปูชนียวัตถุและศาสนวัตถุที่สำคัญภายในวัด

๑. ปูชนียวัตถุ

๑.๑ หลวงพ่อโต

            หลวงพ่อโต หรือพระพุทธนามทางการว่า พระพุทธมหามุนี เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะแบบนครจำปาสัก เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองศรีสะเกษ ประดิษฐานอยู่ภายในวิหารสร้างขึ้นในสมัยจารย์เชียง ผู้สร้างเมืองศรีนครเขต ราว พ.ศ.๒๒๕๗ เพื่อให้เป็นพระประธานในสิมวัดป่าแดง ต่อมา พ.ศ.๒๓๒๘ พระยาวิเศษภักดี (ชม) เจ้าเมืองศรีสะเกษ คนที่ ๒ ได้บูรณะวัดป่าแดงขึ้นใหม่ และให้อาจารย์ศรีธรรมา ผู้เป็นลุง ช่างหลวงนครจำปาสัก ปั้นพระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ ครอบองค์เดิมไว้ พร้อมกันนั้น ขนานนามว่า หลวงพ่อโต และเปลี่ยนชื่อวัดป่าแดง เป็นวัดพระโต ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาจนถึง พ.ศ.๒๔๙๐ จึงได้เปลี่ยนชื่อจากวัดพระโตเป็นวัดมหาพุทธาราม

๑.๒ พระประธานในอุโบสถ

            พระพุทธรูปประธานในอุโบสถวัดมหาพุทธาราม เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ศิลปะรัตนโกสินทร์ประยุกต์ ขนาดหน้าตักกว้าง ๑.๕๐ เมตร สูง ๒.๕๐ เมตร ลงรัก ปิดทอง สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๔ พร้อมด้วยพระอัครสาวกคือ พระสารีบุตร พระโมคคัลลาน์ พระครูธรรมจินดามหามุนี (เดช) เจ้าอาวาส ให้ประดิษฐานภายในอุโบสถหลังเก่า เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๐  สร้างอุโบสถหลังใหม่แล้วเสร็จ พระเทพวรมุนี (เสน) เจ้าอาวาสวัดมหาพุทธาราม ให้ประดิษฐานไว้ภายในอุโบสถเหมือนเดิมจนทุกวันนี้

            ๑.๓ พระสีวลี เป็นหนึ่งในพระอสีติมหาสาวก ที่ทรงตั้งไว้ในเอตทัคคะ ผู้เลิศด้วยลาภ รูปหล่อพระสีวลี ประดิษฐานอยู่ภายในศาลารายด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของวิหาร สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๑ โดยพระครูศรีวรคณารักษ์ (เคลือบ ป.ธ.๖) เจ้าคณะอำเภอเมืองศรีสะเกษ และต่อมาเป็นรองเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ

๑.๔ พระสังกัจจายน์ หรือ พระมหากัจจายนะ เป็นหนึ่งในพระอสีติมหาสาวก ทรงตั้งไว้ในเอตทัคคะ ผู้เลิศด้วยการอธิบายธรรมย่อให้พิสดาร รูปหล่อพระสังกัจจายน์ ประดิษฐานอยู่ภายในศาลาราย ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของวิหาร รูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ ชาวจีนเคารพนับถือมากว่าท่านเป็นพระมหาลาภ สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๑ โดยพระครูศรีวรคณารักษ์ (เคลือบ ป.ธ.๖) เจ้าคณะอำเภอเมืองศรีสะเกษ และต่อมาเป็นรองเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ

๑.๕ รอยพระพุทธบาทจำลอง ประดิษฐานอยู่ภายในมณฑป ซึ่งตั้งอยู่ด้านทิศใต้อุโบสถ สร้างขึ้นในสมัยเดียวกับพระสีวลี และพระสังกัจจายน์

๑.๖ พระพุทธรูปหมู่ จำนวน ๑๐ องค์ ประดิษฐานรายล้อมหลวงพ่อโต อยู่ภายในวิหาร เป็นพระพุทธรูปที่เจ้าภาพผู้มีศรัทธา สร้างเป็นพุทธบูชา และเพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่บรรพชน

      ๒. ศาสนวัตถุ

            ๒.๑ วิหาร

            วิหาร เป็นสถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อโต พระพุทธมหามุนีหลังเดิมเป็นอาคารไม้ถูกรื้อไปแล้วเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๐ ต่อมาเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๙ พระราชจินดามุนี เจ้าอาวาสวัดมหาพุทธาราม ได้ก่อสร้างวิหารหลังใหม่ เป็นอาคารคอนกรีต เสริมเหล็ก กว้าง ๑๔.๐๐ เมตร ยาว ๔๘.๐๐ เมตร สิ้นงบประมาณก่อสร้าง ๒๗๖.๕๖๕ บาท (สองแสนเจ็ดหมื่นหกพันห้าร้อยหกสิบห้าบาท) ในการดำเนินการได้มอบหมายให้ พระวิสุทธิญาณมุนี (อัมพร) รองเจ้าอาวาสเป็นประธาน พ.ศ.๒๕๕๒ พระศรีธรรมนาถมุนี เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน ได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่ทั้งหมด สิ้นงบประมาณ ๓,๘๐๐,๐๐๐ บาทเศษ (สามล้านแปดแสนบาทเศษ)

            ๒.๒ อุโบสถ

            อุโบสถ เป็นสถานที่ประดิษฐานพระประธานปางสมาธิ ศิลปะรัตนโกสินทร์ประยุกต์ เป็นอาคารคอนกรีต เสริมเหล็ก ลักษณะทรงไทย ศิลปะอยุธยา-รัตนโกสินทร์ตอนต้น กว้าง ๑๐.๐๐ เมตร ยาว ๒๘.๐๐ เมตร ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๗ แล้วเสร็จ พ.ศ.๒๕๐๐ (ร่วมฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ) ในสมัย พระธรรมจินดามหามุนี (เสน ปญฺญาวชิโร) เข้ามาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสต่อจากพระครูพุทธพงษ์พิพัฒน์ (ทองพูล จนฺทวํโส) ปัจจุบัน พระศรีธรรมนาถมุนี(ธีรังกูร) เจ้าอาวาส ได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่ทั้งหลัง และเพิ่มลวดลายไทยทั้งภายในและภายนอกอาคาร งานแล้วเสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๒๕ สิ้นงบประมาณ ๒,๓๐๐,๐๐๐ บาทเศษ (สองล้านสามแสนบาทเศษ)

๒.๓ มณฑป

มณฑป เป็นสถานที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง เป็นอาคารคอนกรีต เสริมเหล็ก ลักษณะทรงไทยเรือนยอด จำลองแบบมณฑปวัดพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี สร้างในสมัย พระราชจินดามุนี (เสน) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส โดยมอบหมายให้ พระครูศรีวรคณารักษ์ (เคลือบ) รองเจ้าอาวาส ดำเนินการ แล้วเสร็จในปี พ.ศ.๒๕๒๗ สิ้นงบประมาณ ๕๗๕,๙๐๐ บาทเศษ (ห้าแสนเจ็ดหมื่นห้าพันเก้าร้อยบาทเศษ)

๒.๔ ศาลาราย ๒ หลัง

            หลังที่ ๑ ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือวิหาร เป็นอาคารคอนกรีต เสริมเหล็ก กว้าง ๕.๕๐ เมตร ยาว ๗.๕๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๘ เป็นสถานที่ประดิษฐานรูปหล่อพระสีวลี และปัจจุบัน ใช้เป็นที่ตั้งสำหรับบูชาวัตถุมงคลและดอกไม้ ธูป เทียน ของวัด

            หลังที่ ๒ ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันนออกเฉียงใต้วิหาร เป็นอาคารคอนกรีต เสริมเหล็ก กว้าง ๕.๕๐ เมตร ยาว ๗.๕๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๘ เป็นสถานที่ประดิษฐานรูปปั้นพระสังกัจจายน์ และปัจจุบันใช้เป็นที่ตั้งวัตถุมงคลของวัด

๒.๕ เจดีย์ ๒๖ ประโยค

            เจดีย์ ๒๖ ประโยค เป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานบรรจุอัฐิของอดีตเจ้าอาวาส และรองเจ้าอาวาส ตั้งแต่ พระครูธรรมจินดามหามุนี (พ.ศ.๒๔๘๐-พ.ศ.๒๕๓๙) ถึง พระครูศรีวรปรีชา (ถวิล) แต่เดิมเป็นเจดีย์ทรงรูปกรวย ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๕ พระศรีธรรมนาถมุนี เจ้าอาวาส ได้ทำการบูรณะและเปลี่ยนรูปทรงเป็นแบบระฆังคว่ำ สาเหตุที่ชื่อเจดีย์ ๒๖ ประโยค เพราะใช้เป็นที่บรรจุอัฐิเจ้าอาวาส และรองเจ้าอาวาส ที่เป็นเปรียญธรรมอีกหลายรูป นับรวมประโยคได้ ๒๖ประโยค จึงเรียกชื่อ เจดีย์ ๒๖ ประโยค (พระศรีธรรมนาถมุนี ตั้งชื่อ)

๒.๖ หอระฆัง

            หอระฆัง เป็นอาคารคอนกรีต เสริมเหล็ก ลักษณะรูปทรงหอคอย ๒ ชั้นสร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๘ เมื่อ พ.ศ.๒๕๔๕ พระศรีธรรมนาถมุนี เจ้าอาวาส ทำการบูรณะใหม่โดยการปรับปรุงโครงสร้างเป็นบางส่วน

๒.๗ อาคารเรียน

            อาคารเรียนมหาพุทธวิทยา ปัจจุบันใช้เป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรม และเป็นที่พักของเจ้าอาวาส ที่ตั้งสำนักงานมูลนิธิ และพุทธสมาคมจังหวัดศรีสะเกษ เป็นอาคารคอนกรีต เสริมเหล็ก ลักษณะทรงไทยประยุกต์ ๒ ชั้น ยาว ๔๐ เมตรกว้าง ๑๔ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๘ (เพื่อถวายสักการะในมงคลสมัยที่พระเดชพระคุณ พระราชจินดามุนี (เสน) ได้รับพระมหากรุณาโปรดเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่พระเทพวรมุนี ๕ ธันวาคม ๒๕๒๗) ผู้ดำเนินการก่อสร้าง คือ พระครูศรีวรคณารักษ์ (เคลือบ) รองเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ แต่งานยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ สิ้นงบประมาณช่วงแรก ๓,๑๐๐,๐๐๐ บาท (สามล้านหนึ่งแสนบาท)

            พ.ศ.๒๕๓๗ หลังจากพระเทพวรมุนี (เสน) เจ้าอาวาสมรณภาพแล้ว คณะสงฆ์จังหวัดศรีสะเกษ ได้แต่งตั่งให้ พระครูวีรเขตคณารักษ์ (มานิตย์) มาเป็นเจ้าอาวาสวัดมหาพุทธาราม ท่านได้ดำเนินการก่อสร้างต่อจากเดิมจนแล้วเสร็จ สิ้นงบประมาณช่วงที่ ๒ ประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ บาท (แปดแสนบาท) รวมทั้งหมด สิ้นงบประมาณ ๓,๙๐๐,๐๐๐ บาทเศษ (สามล้านเก้าแสนบาทเศษ)

๒.๘ ฌาปนสถาน

            ฌาปนสถาน หรือ เมรุ เป็นอาคารคอนกรีต เสริมเหล็ก ยาว ๑๕ เมตร กว้าง ๖.๕๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๘ ต่อมา พ.ศ.๒๕๔๕ พระศรีธรรมนาถมุนี เจ้าอาวาส ได้ทำการบูรณะและเปลี่ยนเตาเผาศพ เป็นแบบไร้มลภาวะ โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากเทศบาลเมืองศรีสะเกษ จำนวน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สองล้านบาท) ในสมัยนายฉัฐมงคล อังคสกุลเกียรติ เป็นนายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ

แก้ไขล่าสุด (วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2009 เวลา 17:50 น.)