Joomla TemplatesWeb HostingWeb Hosting

Home สฺวาคตนฺเต ลำดับเจ้าอาวาส

ลำดับเจ้าอาวาส

ดัชนีบทความ
ลำดับเจ้าอาวาส
ประวัติสังเขปเจ้าอาวาส
พระเกจิเถราจารย์
รองเจ้าอาวาส/ผู้ช่วยเจ้าอาวาส
ทุกหน้า

ลำดับเจ้าอาวาสวัดพระโต

วัดพระโต-วัดมหาพุทธาราม ตั้งแต่ พ.ศ.๒๓๒๘-๒๔๙๐ มีเจ้าอาวาสปกครองวัด ดังนี้

๑. พระหลักคำหงส์ นัยว่าเป็นชาวบ้านกะต่ำ ตำบลหนองห้าง อำเภออุทุมพรพิสัย (พ.ศ.๒๔๓๘-๒๔๔๑)

๒. พระครูจันดา ไม่ทราบชาติภูมิเป็นเจ้าอาวาส ราว ๑ ปี

๓. พระครูเพ็ง ไม่ทราบชาติภูมิเป็นเจ้าอาวาส ราว ๑ ปี

๔. พระครูสงฆ์ ไม่ทราบชาติภูมิเป็นเจ้าอาวาส ราว ๑ ปี

๕. พระครูเกษตรศีลาจารย์ (นาม) พ.ศ.๒๔๔๕-๒๔๖๐)

๖. พระครูธรรมจินดามหามุนี (เดช มหาปุญฺโญ) พ.ศ.๒๔๖๑-๒๔๘๔

๗. พระมหาเหรียญ ปภากโร ป.ธ.๖ พ.ศ.๒๔๘๙-๒๔๙๐

๘. พระครูพุทธพงษ์พิพัฒน์ (ทองพูล จนฺทวํโส) พ.ศ.๒๔๙๐-๒๔๙๗ (วัดพระโต-วัดมหาพุทธาราม)

๙. พระเทพวรมุนี (เสน ปญฺญาวชิโร ป.ธ.๗,พ.ม.) พ.ศ.๒๔๙๗-๒๕๓๕ (วัดมหาพุทธาราม)

๑๐. พระครูวีรเขตคณารักษ์ (มานิตย์ วรญาโณ ป.ธ.๖,น.ธ.เอก) พ.ศ.๒๕๓๘-๒๕๔๐ (วัดมหาพุทธาราม)

๑๑. พระครูศาสนกิจวิธาน (เนียม มหาปญฺโญ น.ธ.เอก) พ.ศ.๒๕๔๐-๒๕๔๑ (วัดมหาพุทธาราม)

๑๒. พระศรีธรรมนาถมุน (ธีรังกูร ธีรงฺกุโร ป.ธ.๙) พ.ศ.๒๕๔๑-ปัจจุบัน (วัดมหาพุทธาราม)


ประวัติสังเขปเจ้าอาวาส

            เมื่อพระยาวิเศษภักดี (ชม) ได้สร้างวัดพระโตแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ.๒๓๒๘ เบื้องต้น ได้นิมนต์พระสงฆ์ ๒ รูป แต่ไม่ทราบว่า ชื่ออะไร มาจากเมืองขุขันธ์มาประจำอยู่ที่วัดพระโต ต่อมาในช่วงปลายสมัยพระยาวิเศษภักดี (บุญจันทร์) ปรากฏหลักฐานว่า ได้ไปนิมนต์พระสมณศักดิ์ (แบบเวียงจันทน์) ชื่อ พระหลักคำหงส์ มาจากวัดศรีสุมังคล์ (วัดหลวงสุมังคลาราม พระอารามหลวง) มาปกครองวัดพระโต อนึ่ง พระตำแหน่ง หลักคำ เป็นสมณศักดิ์ ชั้นสูงของเวียงจันทน์และนครจำปาศักดิ์ เทียบได้กับเจ้าคณะจังหวัดในปัจจุบัน เพราะฉะนั้น ในการเขียนประวัติสังเขปเจ้าอาวาสวัดพระโต-วัดมหาพุทธาราม จึงจัดลำดับให้ พระหลักคำหงส์ เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก ดังนี้

            ๑. พระหลักคำหงส์ เป็นพระสงฆ์ที่มีสมณศักดิ์ชั้นสูง ตามจารีตนครจำปาสัก (ญาซา ญาคู สำเร็จ จ่างหว่าง หลักคำ หรือแบบเวียงจันทน์ สำเร็จ ญาซา ญาคู หลักคำ ลูกแก้ว ยอดแก้ว) เทียบสมณศักดิ์ไทย พระครูสัญญาบัตร พระราชาคณะชั้นสามัญ ชั้นราช ชั้นเทพ ชั้นธรรม ชั้นเจ้าคณะรอง ชั้นสมเด็จ และสมเด็จพระสังฆราช) เทียบตำแหน่งทางปกครอง เทียบเจ้าคณะจังหวัด พระหลักคำหงส์ นามเดิม หงส์ นัยว่า เป็นชาวบ้านกะต่ำ ตำบลหนองห้าง อำเภออุทุมพรพิสัย (ปัจจุบัน บ้านกะต่ำ ตำบลไพรพะยอม อำเภอห้วยทับทัน) จังหวัดศรีสะเกษ บรรพชาอุปสมบทที่วัดศรีสุมังคล์ (วัดหลวงสุมังคลาราม) โดยมี พระญาครูโส วัดศรีสุมังคล์ เป็นพระอุปัชฌาย์ ในสมัย พระยาวิเศษภักดี (บุญจันทร์) เป็นเจ้าเมืองศรีสะเกษ ต่อมาพระญาครูโสได้รับเถราภิเษกฮดสรงจากเจ้าเมือง กรมการเมือง และราษฎร เลื่อนขึ้นเป็น พระหลักคำ เมื่อพ.ศ.๒๔๐๕ อายุ ๕๕ ปี ตำแหน่งเจ้าคณะเมืองขุขันธ์ (ศรีสะเกษ) มรณภาพเมื่อ พ.ศ.๒๔๓๘ พระยาวิเศษภักดี (โท) ได้นิมนต์พระญาครูหงส์ วัดศรีสุมังคล์มาเป็นเจ้าอาวาสวัดพระโต และ ได้ประกอบพิธีเถราภิเษกพระญาครูหงส์ ขึ้นเป็นพระหลักคำ เมื่ออายุ ๘๐ ปี และดำรงตำแหน่งเจ้าคณะเมืองศรีสะเกษในปี พ.ศ.๒๔๓๙ จึงนับได้ว่า พระหลักคำหงส์เป็นเจ้าอาวาสวัดพระโตรูปแรกหลังการบูรณะวัดป่าแดงแล้วเปลี่ยนชื่อมาเป็นวัดพระโต เป็นพระหลักคำอยู่ประมาณ ๓ ปี ถึงมรณภาพ เมื่อ พ.ศ.๒๔๔๑ รวมสิริอายุ ๘๓ ปีเศษ เป็นเจ้าอาวาส ๖๑ ปี (พระราชเมธี (วรวิทย์).ประวัติตอนศรีสะเกษ หน้า ๒๓๘)

            ๒. พระครูจันดา ไม่ทราบชาติภูมิ ปกครองวัดอยู่ราว ๑ ปี

            ๓. พระครูเพ็ง ไม่ทราบชาติภูมิ ปกครองวัดอยู่ราว ๑ ปี

๔. พระครูสงฆ์ ไม่ทราบชาติภูมิ ปกครองวัดอยู่ราว ๑ ปี/เศษ

๕. พระครูเกษตรศีลาจารย์ (ปลัดนาม) ไม่ทราบชาติภูมิที่แน่ชัดเป็นพระปลัดฐานานุกรมในพระครูธรรมจินดามหามุนี โคตมวงศ์ สังฆปาโมกข์ (อุด) เจ้าคณะใหญ่เมืองขุขันธ์ (พำนักอยู่วัดสะอาง ได้รับการศึกษาจากกรุงเทพมหานคร พ.ศ.๒๔๒๓ ได้รับเถราภิเษกฮดสรงน้ำเป็นพระหลักคำ ต่อมาพ.ศ.๒๔๓๕ ได้รับพระมหากรุณาโปรดเป็นพระครูสัญญาบัตรที่ พระครูธรรมจินดามหามุนี โคตมวงศ์ สังฆปาโมกข์ เจ้าคณะใหญ่เมืองขุขันธ์ รวมทั้งเมืองศรีสะเกษ เมืองเดชอุดมและเมืองที่ขึ้นตรงเมืองขุขันธ์ด้วย นับเป็นพระครูสัญญาบัตรรูปแรกของเมืองขุขันธ์ (พระราชเมธี (วรวิทย์) เรื่องเดียวกัน หน้า ๒๓๖) ครั้น พ.ศ.๒๔๔๕ พระปลัดนามได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น พระครูเกษตรศีลาจารย์ ตำแหน่งเจ้าคณะเมืองศรีสะเกษ เป็นพระครูสัญญาบัตรรูปแรกของเมืองศรีสะเกษ จนถึงราว พ.ศ.๒๔๕๕ การปกครองคณะสงฆ์ ได้แยกจากเมืองขุขันธ์ มาเป็นเมืองศรีสะเกษ ท่านมรณภาพ เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๐ ด้วยอุบัติเหตุทางเรือ ในขณะกลับจากการปฏิบัติศาสนกิจ ตรวจผลสอบนักธรรม ณ วัดสุปัฏนาราม จังหวัดอุบลราชธานี ขณะนั่งเรือพาย (เรือแจว) ไปกับพระอนุจรและศิษย์ ถึงปากห้วยที่น้ำไหลตกแม่น้ำมูล ที่บริเวณท่าน้ำ/ท่าเรือระหว่างบ้านโพธิ์-บ้านโนนจาน-บ้านหนองเข็งเหล่าแค ตำบลโพนเขวา (ท่านพระครูโอภาสโพธิธรรม เจ้าคณะตำบลโพธิ์ เล่าให้ฟังว่า ได้รับทราบเรื่องราวจากผู้อาวุโสรุ่นคุณปู่คุณตาว่า บริเวณปากห้วยที่น้ำไหลตกแม่น้ำมูล มีเรือนรับรองข้าหลวง เจ้าเมือง และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ออกไปตรวจราชการต่างพระเนตรพระกรรณ และมีเรือนพักสำหรับประชาชนทั่วไป มาพักรอเพื่อลงเรือ ไปยังจังหวัดอุบลราชธานี และว่าปีนั้น (พ.ศ.๒๔๖๐) มีน้ำมากล้นเอ่อท่วมหมู่บ้านใกล้เคียง) อำเภอเมืองศรีสะเกษ ซึ่งมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว ลูกศิษย์ที่แจวเรือไม่สามารถบังคับเรือได้ จึงเกิดอุบัติเหตุเรือพลิกคว่ำ แล้วจมน้ำหายไปพร้อมกับศิษย์พระและฆราวาส

๖. พระครูธรรมจินดามหามุนี (เดช มหาปุญฺโญ, นามสกุล สังธิกุล) เกิดวันพฤหัสบดีที่ ๑๑ เมษายน ๒๔๑๕ โยมบิดาชื่อสังข์ โยมมารดาชื่อดวงตรา ณ บ้านสะเดา ตำบลโพธิ์ชัย อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ อุปสมบทเมื่ออายุ ๒๑ ปี ณ วัดบ้านสะเดา โดยมีพระครูเกษตรศีลาจารย์ (นาม) เจ้าคณะเมืองศรีสะเกษเป็นพระอุปัชฌาย์ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นพระปลัด ฐานานุกรมในพระครูเกษตรศีลาจารย์ (นาม)พ.ศ.๒๔๖๑ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระโตและเจ้าคณะเมืองศรีสะเกษ เทียบเจ้าคณะจังหวัดในปัจจุบัน พ.ศ.๒๔๖๒ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ที่ พระครูธรรมจินดามหามุนี โคตมวงศ์ สังฆปาโมกข์ (สังฆวาหะ) เป็นพระเกจิเถราจารย์ ที่ทรงวิทยาคุณ เป็นที่เคารพ เลื่อมใส ของประชาชนชาวศรีสะเกษมากที่สุดรูปหนึ่งท่าน ดำรงตำแหน่งเจ้า คณะเมืองศรีสะเกษ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๖๑-๒๔๘๔ รวม ๒๓ ปี มรณภาพเมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๔๘๙ สิริอายุ ๗๕ ปี ๕๔ พรรษา อัฐิของท่านบรรจุไว้ที่เจดีย์ ๒๖ ประโยค ด้านทิศตะวันออกวิหารวัดมหาพุทธารามในปัจจุบัน

๗. พระมหาเหรียญ ปภากโร เปรียญธรรม ๖ ประโยค เกิดที่บ้านนาคำใหญ่ ตำบลนาคำใหญ่ อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสได้ ๑ ปีระหว่าง พ.ศ.๒๔๘๙-๒๔๙๐ อัฐิของท่านบรรจุไว้ที่เจดีย์ ๒๖ ประโยค

๘. พระครูพุทธพงษ์พิพัฒน์ (ทองพูล จนฺทวํโส)เป็นพระวินัยธรฐานานุกรมในพระครูธรรมจินดามหามุนี (เดช) เกิดที่บ้านสะเดา (บ้านเดียวกับพระครูธรรมจินดามหามุนี) ตำบลโพธิ์ชัย อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษพ.ศ.๒๔๙๐ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส วัดพระโต-วัดมหาพุทธาราม ครั้น พ.ศ.๒๔๙๗ ลาออกจากเจ้าอาวาสวัดมหาพุทธารามไปอยู่วัดป่ามิ่งเมือง หรือวัดศรีมิ่งเมืองในปัจจุบัน ตำบลเมืองเหนือ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ (เพื่อไปฟื้นฟูสภาพวัดป่ามิ่งเมืองซึ่งเป็นวัดร้าง ให้เป็นวัดมีพระสงฆ์จำพรรษา ตามเจตนารมณ์ของพระครูธรรมจินดามหามุนี (ก่อนมรณภาพ) และอยู่ประจำที่นั่น จนถึงมรณภาพ

๙. พระเทพวรมุนี (เสน ปญฺญาวชิโร ป.ธ.๗.พ.ม.) เกิดวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๔๖๑ ตรงกับวัน ๕ ฯ ๑๒ ค่ำ ปีมะเมีย ที่บ้านโนนสูง หมู่ที่ ๗ ตำลแขม อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ บิดาชื่อ นายพิมพ์ ใยขันธ์ มารดาชื่อ นางผุย ใยขันธ์

บรรพชา เมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๔๗๖ ขณะอายุ ๑๖ ปี ณ วัดสำโรงใหญ่ ตำบลสำโรง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีพระครูเทวราชกวีวรญาณ (จูม) เจ้าคณะอำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ เป็นพระอุปัชฌาย์

อุปสมบท เมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๔๘๒ ขณะอายุ ๒๑ ปี ณ วัดประยุรวงศาวาส ตำบลกัลยาณมิตร อำเภอธนบุรี กรุงเทพมหานคร โดยมี พระธรรมปหังษนาจารย์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูวินัยสังวร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูสุตธนวัฒน์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้ฉายา ว่า ปญฺญาวชิโร

พ.ศ.๒๔๙๔ รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ

พ.ศ.๒๔๙๕ ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ

พ.ศ.๒๔๙๕ ได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ที่ พระธรรมจินดามหามุนี

พ.ศ.๒๔๙๗ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดมหาพุทธาราม

พ.ศ.๒๕๐๑ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่ พระราชจินดามุนี

พ.ศ.๒๕๒๗ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่ พระเทพวรมุนี

พระเทพวรมุนี (เสน ปญฺญาวชิรเถร) เป็นพระมหาเถระที่มีความรู้แตกฉานในพระไตรปิฎก เชี่ยวชาญในภาษามคธ เป็นพระธรรมกถึกที่มีปฏิภาณเป็นเลิศ เป็นนักเทศน์ฝีปากกล้า ทั้งเทศน์เดี่ยว และเทศน์ปุจฉาวิสัชชนา จนเป็นที่โจษจัน ยอมรับ และครั่นคร้ามของพระนักเทศน์อื่น ๆ ได้รับการยกย่อง ว่าเป็น ปราชญ์แห่งอีสานใต้ หรือ เมธีแห่งที่ราบสูง

พระเดชพระคุณ มรณภาพ เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๓๕ สิริอายุได้ ๗๕ ปี ๒ เดือน ๒ วัน พรรษา ๕๔ ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ เป็นเวลา ๔๐ ปี และเป็นเจ้าอาวาสวัดมหาพุทธาราม นานถึง ๓๘ ปี ฯ

๑๐. พระครูวีรเขตคณารักษ์ (มานิตย์ วรญาโณ ป.ธ.๖,น.ธ.เอก) เกิดเมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๔๖๔ บิดาชื่อนายเหลี่ยม ทองภาพ มารดาชื่อนางหม่อน ทองภาพ ที่บ้านส้มป่อยน้อย ตำบลสำโรง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ

บรรพชา เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๔๗๙ ณ วัดหนองกันจอ (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น วัดเกษมสุข) ตำบลตาเกษ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีพระครูเทวราชกวีวรญาณ (จูม) เจ้าคณะอำเภออุทุมพรพิสัย เป็นพระอุปัชฌาย์

อุปสมบท เมื่อวันที่ กรกฎาคม ๒๔๘๕ ณ วัดลุ่มเจริญศรัทธาเขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร โดยมี พระครูบัณฑิตานุวัฒน์ วัดวรจรรยาวาสแขวงพระยาไกร เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร เป็นพระอุปัชฌาย์

พ.ศ.๒๕๒๕-๒๕๓๕ เป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านสิ และเจ้าคณะอำเภอขุนหาญ

พ.ศ.๒๕๓๕-๒๕๓๘ เป็นเจ้าอาวาสวัดมหาพุทธาราม

พ.ศ.๒๕๓๗-๒๕๓๘ เป็นรองเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ

            มรณภาพ เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๓๘ สิริอายุได้ ๗๔ ปี ๒๒วัน

พระครูวีรเขตคณารักษ์ เป็นพระเถระมีปฏิปทามักน้อย สันโดษ เคร่งครัดในพระธรรมวินัย พูดจาตรงไปตรงมา และเป็นพระนวกัมมัฏฐายี มีความรู้ความชำนาญในงานนวกรรม ในระยะเวลาที่ท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดมหาพุทธาราม มีโครงการจะก่อสร้างกุฎีสังฆาวาสใหม่ แต่ไม่ทันดำเนินการ ก็มรณภาพไปก่อนฯ

            ๑๑. พระครูศาสนกิจวิธาน (เนียม มหาปญฺโญ น.ธ.เอก) เกิดเมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๔๗๖ ณ บ้านหางว่าว ตำบลทุ่ม อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ บิดาชื่อ นายกัลยา โคตา มารดาชื่อนางอุ้ย โคตา

            บรรพชา/อุปสมบท เมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๗ ณ วัดบ้านทุ่ม ตำบลทุ่ม อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษโดยมี พระครูธรรมสาราจารย์วัดบ้านทุ่ม เป็นพระอุปัชฌาย์

            พ.ศ.๒๕๑๖-๒๕๔๐ เป็นเจ้าคณะตำบลเมืองเหนือ

            พ.ศ.๒๕๔๐-๒๕๔๑ เป็นเจ้าอาวาสวัดมหาพุทธาราม

            มรณภาพ เมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๔๑ สิริอายุได้ ๖๔ ปี ๖ เดือน ๑๒ วัน

 


พระเกจิเถราจารย์

            ๑. พระหลักคำหงส์  เจ้าอาวาสวัดพระโต รูปแรก (พ.ศ.๒๔๓๘-๒๔๔๑)  เกิดเมื่อ พ.ศ.๒๓๕๘ ณ บ้านกะต่ำ ตำบลหนองห้าง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ (ปัจจุบัน บ้านกะต่ำ ตำบลไพรพยอม อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ) บรรพชาอุปสมบท ณ วัดหลวง (วัดศรีสุมังคล์) ปัจจุบันคือ วัดหลวงสุมังคลาราม พระอารามหลวง (ธรรมยุต) อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ  โดยเป็นสัทธิวิหาริกของพระญาครูโส ต่อมาได้รับพิธีเถราภิเษกเป็นพระหลักคำ ประจำเมืองศรีสะเกษ พระญาครูคำหงส์ ได้ศึกษาและฝึกอบรมพระกัมมัฏฐานจากพระหลักคำโส จนมีความเชี่ยวชาญด้านวิปัสสนากรรมฐาน ครั้นเจ้าเมืองศรีสะเกษ ได้บูรณะวัดพระโตร้างให้คืนสภาพเป็นวัดโดยสมบูรณ์แล้ว จึงได้อาราธนาพระญาครูหงส์มาเป็นเจ้าอาวาสวัดพระโต และได้รับประกอบพิธีเถราภิเษกฮดสรงพระญาครูหงส์เป็นพระหลักคำเมื่อปี พ.ศ.๒๔๓๙พร้อมกับได้รับโปรดแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะเมืองศรีสะเกษ ท่านดำรงตำแหน่งเจ้าคณะเมืองศรีสะเกษอยู่ประมาณ ๓ ปี ถึงมรณภาพเมื่อ พ.ศ.๒๔๔๑ รวมสิริอายุ ๘๓ ปี  ท่านพระหลักคำหงส์นับเป็นพระเถระที่ทรงภูมิรู้ ภูมิธรรม มีปฏิปทาเรียบง่าย มักน้อย สันโดษ เชี่ยวชาญด้านพระกรรมฐาน จึงเป็นที่เคารพสักการบูชาของเจ้าเมือง กรมเมือง และราษฎรทั้งหลาย (จากคำบอกเล่าของผู้อาวุโส ชั่วอายุที่ ๓)

            ๒. พระครูเกษตรศีลาจารย์ (นาม) เป็นศิษย์และพระปลัด ฐานานุกรมในพระครูธรรมจินดามหามุนี โคตมวงศ์ สังฆปาโมกข์ (อุด) เจ้าคณะใหญ่เมืองขุขันธ์ พระปลัดนาม ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูเกษตรศีลาจารย์ ซึ่งเป็นพระครูสัญญาบัตรรูปแรกของเมืองศรีสะเกษ พ.ศ.๒๔๔๕ พระครูเกษตรศีลาจารย์ เป็นพระเถระที่เอาใจใส่ในการศึกษาทั้งในส่วนของตนและพระภิกษุสามเณร และที่โดดเด่นอีกอย่างหนึ่ง ท่านเป็นพระสงฆ์ที่ใฝ่ใจในพระกรรมฐาน กระทั่งมีชื่อเสียงเป็นที่เคารพนับถือทั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์ทั้งหลาย ท่านถึงมรณภาพเมื่อ พ.ศ.๒๔๖๐ สิริอายุ ๖๕ ปี

            ๓. พระครูธรรมจินดามหามุนี (เดช มหาปญฺโญ) เป็นสัทธิวิหาริกและพระปลัด ฐานานุกรมในพระครูเกษตรศีลาจารย์ (นาม) เจ้าคณะเมืองศรีสะเกษ ตั้งแต่อุปสมบท ๕ พรรษา ได้เรียนพระปริยัติธรรมและฝึกกรรมฐานจากพระครูเกษตรศีลาจารย์ (นาม) จนเกิดความเลื่อมในศรัทธาในการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน ต่อมาได้ติดตามพระวิปัสสนาจารย์ (พระอรัญญวาสี) ปฏิบัติธุดงค์จาริกไปถึงประเทศพม่า ไหว้พระธาตุชะเวดากอง  พระธาตุร่างกุ้ง เมืองอังวะ เมืองหงษาวดี เมืองมันดะเล และจาริกไปถึงลังกาทวีป ไหว้พระธาตุเขี้ยวแก้ว ณ เมืองแกนดี พระสุวรรณมาลิกเจดีย์ และต้นพระศรีมหาโพธิ์ ที่พระมหินทเถระนำจากชมพูทวีป ไปปลูกที่เมืองอนุราธปุระ (ราว พ.ศ.๒๓๖)

            หลังจากท่านกลับจากลังกาทวีปแล้ว ได้เข้าไปศึกษาพระปริยัติธรรม ณ สำนักวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กรุงเทพมหานคร เป็นเวลา ๑๐ ปี

จากนั้นได้กลับมาพำนักอยู่ที่วัดพระโต จังหวัดศรีสะเกษ ได้ราว ๕ พรรษาท่านพระครูเกษตรศีลาจารย์ (นาม) เจ้าอาวาสก็ถึงมรณภาพ พระปลัดเดช ก็ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดพระโต และอีก ๓ ปีต่อมา ได้รับโปรดพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ที่ พระครูธรรมจินดามหามุนี โคตมวงศ์ สังฆปาโมกข์  และดำรงตำแหน่งเจ้าคณะเมืองศรีสะเกษ (พ.ศ.๒๔๖๑-๒๔๘๔)

            พระครูธรรมจินดามหามุนี (เดช) เป็นพระเถระที่ปฏิบัติตามหลักมัชฌิมาปฏิปทา มีความอุตสาหวิริยะในการปฏิบัติกรรมฐาน จึงเป็นที่เคารพนับถือของเหล่าศิษยานุศิษย์์ ์์และสาธุชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะในด้านเมตตามหานิยม ครั้น พ.ศ.๒๔๘๔ ได้โปรดให้ตราพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช ๒๔๘๔ ขึ้นแทนพระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ.๑๒๑ พ.ศ.๒๔๔๕ เพื่อให้คณะสงฆ์ได้จัดระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ส่วนภูมิภาคตามที่กำหนดในสังฆาณัติ จึงขอลาออกจากตำแหน่งและสมณศักดิ์ ท่านถึงมรณภาพเมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๔๘๙ ประกอบพิธีฌาปนกิจศพ เมื่อวันที่ ๗ มีนาคม ๒๔๙๐ สิริอายุ ๗๕ ปี บัดนี้ คณะสงฆ์วัดพระโตและสัปบุรุษทายกทายิกาทั้งหลาย ได้บรรจุอัฐิของท่านไว้ภายในเจดีย์ ๒๖ ประโยค เพื่อให้อนุชนทั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์ ได้กราบไหว้รำลึกถึงคุณความดีของท่านสืบไปตลอดกาลนาน..


รองเจ้าอาวาส/ผู้ช่วยเจ้าอาวาส

 

            ๑. พระวิสุทธิญาณมุนี (อัมพร อานนฺโท ป.ธ.๘) เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญ รองเจ้าอาวาสวัดมหาพุทธาราม และ รองเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ มรณภาพ เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๒๑ อายุ ๕๒ ปี ๓๑ พรรษา อัฐิของท่านบรรจุอยู่ที่เจดีย์ ๒๖ ประโยค

            ๒. พระมหาเสาร์ กวิญฺญาโณ ( ป.ธ.๖,น.ธ.เอก) รองเจ้าอาวาสวัดมหาพุทธาราม เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ (ในพระเทพวรมุนี เสน) และรองเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ มรณภาพ เมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๒๔ อายุ ๔๘ ปี พรรษา ๒๗ อัฐิของท่านบรรจุอยู่ที่เจดีย์ ๒๖ ประโยค

            ๓. พระครูศรีวรปรีชา (ถวิล ธมฺมาสมโย ป.ธ.๖,น.ธ.เอก) รองเจ้าคณะอำเภออุทุมพรพิสัย ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาพุทธาราม และเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ (ในพระเทพวรมุนี เสน) มรณภาพ เมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๓๑ อายุ ๔๖ ปี ๒๕ พรรษา อัฐิของท่านบรรจุอยู่ที่เจดีย์ ๒๖ ประโยค

            ๔. พระครูศรีวรคณารักษ์ (เคลือบ ปริสุทฺโธ ป.ธ.๖,น.ธ.เอก) รองเจ้าอาวาสวัดมหาพุทธาราม เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ และรองเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ มรณภาพ เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๓๙ อายุ ๖๓ ปี พรรษา ๔๒ อัฐิของท่านบรรจุอยู่ที่เจดีย์ ๒๖ ประโยค

            ๕. พระครูวิธานวัชรกิจ (ทองดี ปญฺญาวชิโร ป.๑-๒,น.ธ.เอก) ปัจจุบัน เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาพุทธาราม และเจ้าคณะตำบลเมืองเหนือ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ

            ๖. พระพยับ ปญฺญาธโร (น.ธ.เอก,ปริญญาโท,ร.อ.) ปัจจุบัน เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาพุทธาราม

            ๗. พระมหาพิศ อนาลโย (ป.ธ.๔,น.ธ.เอก) ปัจจุบัน เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาพุทธาราม

            ๘. พระมหาวีรพันธ์ ญาณสิทฺธิ (ป.ธ.๗,ปริญญาตรี) ปัจจุบัน เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส และอาจารย์ใหญ่โรงเรียนพระปริยัติธรรม วัดมหาพุทธาราม

แก้ไขล่าสุด (วันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2009 เวลา 22:17 น.)