Joomla TemplatesWeb HostingWeb Hosting

Home สฺวาคตนฺเต ลำดับเจ้าอาวาส

ลำดับเจ้าอาวาส

ลำดับเจ้าอาวาส - พระเกจิเถราจารย์

ดัชนีบทความ
ลำดับเจ้าอาวาส
ประวัติสังเขปเจ้าอาวาส
พระเกจิเถราจารย์
รองเจ้าอาวาส/ผู้ช่วยเจ้าอาวาส
ทุกหน้า
พระเกจิเถราจารย์

            ๑. พระหลักคำหงส์  เจ้าอาวาสวัดพระโต รูปแรก (พ.ศ.๒๔๓๘-๒๔๔๑)  เกิดเมื่อ พ.ศ.๒๓๕๘ ณ บ้านกะต่ำ ตำบลหนองห้าง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ (ปัจจุบัน บ้านกะต่ำ ตำบลไพรพยอม อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ) บรรพชาอุปสมบท ณ วัดหลวง (วัดศรีสุมังคล์) ปัจจุบันคือ วัดหลวงสุมังคลาราม พระอารามหลวง (ธรรมยุต) อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ  โดยเป็นสัทธิวิหาริกของพระญาครูโส ต่อมาได้รับพิธีเถราภิเษกเป็นพระหลักคำ ประจำเมืองศรีสะเกษ พระญาครูคำหงส์ ได้ศึกษาและฝึกอบรมพระกัมมัฏฐานจากพระหลักคำโส จนมีความเชี่ยวชาญด้านวิปัสสนากรรมฐาน ครั้นเจ้าเมืองศรีสะเกษ ได้บูรณะวัดพระโตร้างให้คืนสภาพเป็นวัดโดยสมบูรณ์แล้ว จึงได้อาราธนาพระญาครูหงส์มาเป็นเจ้าอาวาสวัดพระโต และได้รับประกอบพิธีเถราภิเษกฮดสรงพระญาครูหงส์เป็นพระหลักคำเมื่อปี พ.ศ.๒๔๓๙พร้อมกับได้รับโปรดแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะเมืองศรีสะเกษ ท่านดำรงตำแหน่งเจ้าคณะเมืองศรีสะเกษอยู่ประมาณ ๓ ปี ถึงมรณภาพเมื่อ พ.ศ.๒๔๔๑ รวมสิริอายุ ๘๓ ปี  ท่านพระหลักคำหงส์นับเป็นพระเถระที่ทรงภูมิรู้ ภูมิธรรม มีปฏิปทาเรียบง่าย มักน้อย สันโดษ เชี่ยวชาญด้านพระกรรมฐาน จึงเป็นที่เคารพสักการบูชาของเจ้าเมือง กรมเมือง และราษฎรทั้งหลาย (จากคำบอกเล่าของผู้อาวุโส ชั่วอายุที่ ๓)

            ๒. พระครูเกษตรศีลาจารย์ (นาม) เป็นศิษย์และพระปลัด ฐานานุกรมในพระครูธรรมจินดามหามุนี โคตมวงศ์ สังฆปาโมกข์ (อุด) เจ้าคณะใหญ่เมืองขุขันธ์ พระปลัดนาม ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูเกษตรศีลาจารย์ ซึ่งเป็นพระครูสัญญาบัตรรูปแรกของเมืองศรีสะเกษ พ.ศ.๒๔๔๕ พระครูเกษตรศีลาจารย์ เป็นพระเถระที่เอาใจใส่ในการศึกษาทั้งในส่วนของตนและพระภิกษุสามเณร และที่โดดเด่นอีกอย่างหนึ่ง ท่านเป็นพระสงฆ์ที่ใฝ่ใจในพระกรรมฐาน กระทั่งมีชื่อเสียงเป็นที่เคารพนับถือทั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์ทั้งหลาย ท่านถึงมรณภาพเมื่อ พ.ศ.๒๔๖๐ สิริอายุ ๖๕ ปี

            ๓. พระครูธรรมจินดามหามุนี (เดช มหาปญฺโญ) เป็นสัทธิวิหาริกและพระปลัด ฐานานุกรมในพระครูเกษตรศีลาจารย์ (นาม) เจ้าคณะเมืองศรีสะเกษ ตั้งแต่อุปสมบท ๕ พรรษา ได้เรียนพระปริยัติธรรมและฝึกกรรมฐานจากพระครูเกษตรศีลาจารย์ (นาม) จนเกิดความเลื่อมในศรัทธาในการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน ต่อมาได้ติดตามพระวิปัสสนาจารย์ (พระอรัญญวาสี) ปฏิบัติธุดงค์จาริกไปถึงประเทศพม่า ไหว้พระธาตุชะเวดากอง  พระธาตุร่างกุ้ง เมืองอังวะ เมืองหงษาวดี เมืองมันดะเล และจาริกไปถึงลังกาทวีป ไหว้พระธาตุเขี้ยวแก้ว ณ เมืองแกนดี พระสุวรรณมาลิกเจดีย์ และต้นพระศรีมหาโพธิ์ ที่พระมหินทเถระนำจากชมพูทวีป ไปปลูกที่เมืองอนุราธปุระ (ราว พ.ศ.๒๓๖)

            หลังจากท่านกลับจากลังกาทวีปแล้ว ได้เข้าไปศึกษาพระปริยัติธรรม ณ สำนักวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กรุงเทพมหานคร เป็นเวลา ๑๐ ปี

จากนั้นได้กลับมาพำนักอยู่ที่วัดพระโต จังหวัดศรีสะเกษ ได้ราว ๕ พรรษาท่านพระครูเกษตรศีลาจารย์ (นาม) เจ้าอาวาสก็ถึงมรณภาพ พระปลัดเดช ก็ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดพระโต และอีก ๓ ปีต่อมา ได้รับโปรดพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ที่ พระครูธรรมจินดามหามุนี โคตมวงศ์ สังฆปาโมกข์  และดำรงตำแหน่งเจ้าคณะเมืองศรีสะเกษ (พ.ศ.๒๔๖๑-๒๔๘๔)

            พระครูธรรมจินดามหามุนี (เดช) เป็นพระเถระที่ปฏิบัติตามหลักมัชฌิมาปฏิปทา มีความอุตสาหวิริยะในการปฏิบัติกรรมฐาน จึงเป็นที่เคารพนับถือของเหล่าศิษยานุศิษย์์ ์์และสาธุชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะในด้านเมตตามหานิยม ครั้น พ.ศ.๒๔๘๔ ได้โปรดให้ตราพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช ๒๔๘๔ ขึ้นแทนพระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ.๑๒๑ พ.ศ.๒๔๔๕ เพื่อให้คณะสงฆ์ได้จัดระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ส่วนภูมิภาคตามที่กำหนดในสังฆาณัติ จึงขอลาออกจากตำแหน่งและสมณศักดิ์ ท่านถึงมรณภาพเมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๔๘๙ ประกอบพิธีฌาปนกิจศพ เมื่อวันที่ ๗ มีนาคม ๒๔๙๐ สิริอายุ ๗๕ ปี บัดนี้ คณะสงฆ์วัดพระโตและสัปบุรุษทายกทายิกาทั้งหลาย ได้บรรจุอัฐิของท่านไว้ภายในเจดีย์ ๒๖ ประโยค เพื่อให้อนุชนทั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์ ได้กราบไหว้รำลึกถึงคุณความดีของท่านสืบไปตลอดกาลนาน..



แก้ไขล่าสุด (วันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2009 เวลา 22:17 น.)