Joomla TemplatesWeb HostingWeb Hosting

Home สฺวาคตนฺเต ประวัติเมืองศรีสะเกษ

ความเป็นมาของเมืองศรีสะเกษ

ดัชนีบทความ
ความเป็นมาของเมืองศรีสะเกษ
เมืองศรีนครเขต
การตั้งเมืองขุขันธ์
การตั้งเมืองศรีสะเกษ
บทสรุป
ทุกหน้า

บทความ พระศรีธรรมนาถมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ

ก่อนจะปริวรรตมาเป็นเมืองศรีสะเกษในปัจจุบัน

            การถือกำเนิดเกิดขึ้นของเมืองต่าง ๆ ย่อมมีที่ไปที่มา และเหตุผลที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยภายในและภายนอกในยุคสมัยนั้น ๆ เช่น การสร้างบ้านแปลงเมือง ก็ย่อมเกิดขึ้นด้วยต้องการอิสรภาพจากระบอบการปกครองเดิม บางครั้งก็เพื่อแสวงหาแหล่งที่อยู่อาศัยอันอุดมสมบูรณ์ในการตั้งถิ่นฐาน แม้แต่การตั้งเมืองนครศรีลำดวน เมืองศรีนครเขต เมืองขุขันธ์ และเมืองเมืองศรีสะเกษ ก็ย่อมไม่หนีกฏเกณฑ์ดังกล่าวนั้น แต่ในการเขียนเรื่องราวของการตั้งเมืองในที่นี่ จะลำดับเรื่องราว และยกมาเพียงบางประเด็นที่สำคัญ ๆ เท่านั้น..

เมืองศรีนครลำดวน

            ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ราว พ.ศ.๒๓๐๒ จุลศักราช ๑๑๒๑ ปีเถาะ เอกศก มีเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้เกิดประวัติศาสตร์เชื่อมโยงกันระหว่างกรุงศรีอยุธยากับการตั้งเมืองศรีนครลำดวน พระเจ้าอยู่หัว พระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์ หรือพระเจ้าเอกทัศน์ (บางตำราว่า พระที่นั่งสุริยามรินทร์) พระมหากษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งกรุงศรีอยุธยา ก่อนที่กรุงศรีอยุธยาจะเสียอธิปไตยแก่พม่า ครั้งที่ ๒ พ.ศ.๒๓๑๐) มีตำนาน ควรจะเป็นพงศาวดารจะเหมาะกว่าเล่าว่า

            พระยาช้างเผือก ซึ่งเป็นช้างทรงคู่พระบารมี ตกมัน แตกปลอกหนีออกจากโรงช้าง เตลิดไปทางทิศบูรพาเข้าเทือกเขาดงพญาไฟ (ดงพญาเย็น) เข้าสู่เขตเมืองพิมาย (นครราชสีมา) พระเจ้าเอกทัศน์ ทรงมีพระกระแสรับสั่งให้สองพี่น้อง คือ นายทองด้วง กับ นายบุญมา (ต่อมานายทองด้วง คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ ๑ นายบุญมา คือ สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสีหนาท สมเด็จกรมพระราชวังหน้า) ในขณะที่รับราชการเป็นหลวงยกกระบัตรเมืองราชบุรี พร้อมนายครวญช้าง คุมไพร่พลชายฉกรรจ์จำนวน ๓๐คน ออกติดตามพญาช้างเผือกตามรายทางถึงเมืองพิมาย ได้พบเจ้าเมืองพิมาย ๆ รายงานว่า ที่ดงเชิงเขามีชาวกวย (ส่วย) มีความชำนาญในการจับ การเลี้ยง และคล้องช้างอาศัยอยู่ พวกกวยอาจจะทราบเบาะแสของพญาช้างเผือกก็เป็นได้

            สองพี่น้องหลังได้พบและสอบถามชาวกวยแล้ว ทราบว่า พระยาช้างเผือกเชือกนั้น ได้เตลิดหนีผ่านมาทางบ้านหนองกุดหวาย (ปัจจุบันคือ อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์) ได้พบหัวหน้าหมู่บ้านชื่อเชียงสี (ภาษาส่วย เรียก ตากะอาม แปลว่า พ่อครวญช้าง ตากะอาม เป็นผู้ชำนาญในการจับ คล้อง เลี้ยง และฝึกช้างเพื่อใช้งาน) ซึ่งรู้จักภูมิประเทศแถบถิ่นนั้นดี และที่สำคัญชาวส่วยเป็นผู้เชี่ยวชาญไสยศาสตร์คชมนตรากล่อมช้าง เชียงสี ได้ร่วมคณะอาสาออกติดตามพระยาช้างเผือกด้วย จนมาถึงบ้านเมืองทรี (เมืองที) บ้านกุดปะไท ได้เชียงปุ่ม เชียงไชย (เซียงปุ่ม เซียงไซ) ทั้งสองคน ได้ร่วมคณะอาสาติดตามมาถึงบ้านอัจจะปะนึง (บ้านดงยาง) ได้เชียงฆะ ร่วมคณะมาอีกหนึ่งคน จึงมีชาวกวยร่วมคณะทั้งหมด ๔ คน คือ เชียงสี บ้านหนองกุดหวาย เชียงปุ่ม บ้านเมืองทรี เชียงไชย บ้านกุดปะไท และเชียงฆะ บ้านอัจจะปะนึง นอกจากนั้น ยังได้รับความช่วยเหลือจากชาวส่วย เขมร ในท้องถิ่นที่คณะผ่านไปเป็นอย่างดี แต่ก็ยังไม่สามารถจับพระยาช้างเผือกได้ บางครั้งเหมือนกับว่า พระยาช้างเผือกมักมีสัญชาตญาญรู้ล่วงหน้า ทำให้หลุดรอดไปได้ทุกครั้ง

            คณะทั้งหมด ติดตามพระยาช้างเผือกมาถึงบ้านปราสาทสี่เหลี่ยมโคกลำดวน ได้พบกับตากจะและเชียงขัน ๆ ได้ร่วมติดตามคณะไปถึงบ้านเขิน แขวงเมืองจำปาสัก (ปัจจุบัน บ้านเขิน หรือบ้านเขื่อนช้าง อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ) และสามารถล้อมจับพระยาช้างเผือกได้ที่บ้านเขิน โดยการทำเพนียด สร้างคอก และประกอบพิธีคชศาสตร์ หลังจากนั้น สองพี่น้อง พร้อมด้วยไพร่พล ได้นำพระยาช้างเผือกผ่านมาถึงบ้านโนนสามขา ช้างเกิดล้มป่วยลง บ้านดังกล่าว จึงมีชื่อว่า บ้านเจียงอีแปลว่า บ้านช้างป่วย (เจียง แปลว่า ช้าง,อี แปลว่า ป่วย จึงได้สร้างวัดเป็นอนุสรณ์ช้างป่วย ปัจจุบัน คือ วัดเจียงอีศรีมงคลวราราม พระอารามหลวง ตำบลเมืองใต้ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ) เมื่อช้างหายป่วยแล้ว นำไปผูกขังไว้ที่โรงช้างชั่วคราวที่ฝั่งห้วยสำราญ อยู่ด้านทิศเหนือวัดพระโตในปัจจุบัน ต่อมาเจ้าเมืองศรีสะเกษคนแรก (พระยารัตนวงศา - อุ่น) ได้สร้างวัดขึ้น เพื่อเป็นอนุสรณ์ ชื่อว่า วัดโรงช้างหรือ วัดท่าวิเศษกุญชร ปัจจุบัน คือ วัดศรีมิ่งเมือง ตำบลเมืองเหนือ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ

            หลวงยกกระบัตรราชบุรี สองพี่น้อง พร้อมด้วยนายกรมช้าง นายกองคชบาล นายครวญช้าง และไพร่พล ได้นำพระยาช้างเผือกกลับกรุงศรีอยุธยา และได้นำหัวหน้า ส่วย เขมร ป่าดง (เชียงสี เชียงปุ่ม เชียงไชย เชียงฆะ ตากจะและเชียงขัน) เข้าเฝ้าพระเจ้ากรุงศรีอยุธยาด้วย

            สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระที่นั่งสุริยามรินทร์ พระเจ้ากรุงศรีอยุธยา ได้ทรงทราบเหตุการณ์ทุกอย่าง จากคำกราบบังคมทูลของสองพี่น้อง ทรงโสมนัสยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่เขมร ส่วย ป่าดง ได้ให้การช่วยเหลือทางราชการงานบ้านเมือง จนสามารถตามจับพระยาช้างเผือกได้ในที่สุด ถือว่าทั้งหมด มีความดีความชอบ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ หัวหน้า เขมร ส่วย ป่าดงมีบรรดาศักดิ์ในครั้งนี้ด้วย คือ

๑. ตากจะ หัวหน้าหมู่บ้านปราสาทสี่เหลี่ยมโคกลำดวนเป็น  หลวงแก้วสุวรรณ

๒. เชียงขัน ผู้ช่วยตากจะแห่งหมู่บ้านปราสาทสี่เหลี่ยมโคกลำดวน เป็น หลวงปราบ

๓. เชียงปุ่ม  หัวหน้าหมู่บ้านเมืองที เป็น หลวงสุรินทร์ภักดี

๔. เชียงฆะ  หัวหน้าหมู่บ้านอัจจะปะนึง เป็น หลวงเพชร

๕. เชียงสี    หัวหน้าหมู่บ้านหนองกุดหวาย เป็น หลวงศรีนครเตา

ในการพระราชทานบรรดาศักดิ์ แก่คณะผู้ร่วมอาสาติดตามพระยาช้างเผือกในครั้งนั้น ได้ทรงโปรดฯแต่งตั้งและมอบตราตั้งให้เป็นหัวหน้าหมู่บ้านพร้อมกัน แล้วทรงโปรดฯ ให้ขึ้นตรงต่อเมืองพิมาย (นครราชสีมา)



แก้ไขล่าสุด (วันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2009 เวลา 22:52 น.)