แผนพัฒนาวัดมหาพุทธาราม
(พ.ศ.๒๕๕๒-๒๕๕๖)
ด้วยวัดมหาพุทธาราม อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ โดยคณะสงฆ์ กรรมการวัด ทายก ทายิกา สัปบุรุษ ประชาสังคม และปราชญ์ชุมชน เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์และบูรณาการการพัฒนาแบบยั่งยืน ได้จัดทำแผนพัฒนาวัด (พ.ศ.๒๕๕๒-๒๕๕๖) เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารยุทธศาสตร์ และบูรณาการการพัฒนางาน ๖ อย่างคือ งานปกครอง งานศาสนศึกษา งานเผยแผ่ งานศึกษาสงเคราะห์ งานสาธารณูปการ และงานสาธารณสงเคราะห์ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ และระเบียบแบบแผนของคณะสงฆ์ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ หลักเกณฑ์ยุทธศาสตร์การพัฒนาวัดแบบยั้งยืน ดังนี้
นโยบาย (policy)
รักษาหลักพระธรรมวินัย ส่งเสริมวิชชาและจรณะและพัฒนาวัดแบบยั้งยืน
วิสัยทัศน์ (vision)
จัดการพัฒนาวัดแบบบูรณาการตามหลักไตรสิกขา คือ สะอาด สงบ สว่าง โดยการมีส่วนร่วมแบบ “บวร”
พันธกิจ (mission)
๑. สร้างจิตสำนึกในความเป็นภิกษุสามเณรและศาสนบุคคลที่ดีมีคุณภาพ
๒. ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศาสนศึกษาทุกระดับ
๓. จัดระบบและรูปแบบการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้มีประสิทธิภาพ
๔. จัดและส่งเสริมการศึกษาสงเคราะห์อย่างทั่วถึงมีคุณภาพ
๕. บูรณะ พัฒนา และสร้างศาสนวัตถุอย่างเหมาะสมตามหลักมัชฌิมาปฏิปทา
๖. บำเพ็ญกิจกรรมส่วนรวม และประสานความร่วมมือทุกภาคส่วนโดยใช้หลักพุทธวิธีนำวิถีชีวิต
หลักเกณฑ์ยุทธศาสตร์ (strategies)
๑. เน้นฝึกอบรมพระกัมมัฏฐานทั้งสมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐานตามหลักมหาสติปัฏฐาน
๒. สร้างโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต
๓. ยกระดับการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
๔. พัฒนาการศึกษาสงเคราะห์ตามแนวพุทธวิธีและวิถีพุทธ
๕. พัฒนาวัดให้เป็นศูนย์รวมจิตใจและแหล่งปัญญาธรรม คารวธรรม และสามัคคีธรรม
๖. เสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์แก่สังคม ชุมชน ปัจเจกชนและสถาบันทางสังคมทุกภาคส่วน
เป้าประสงค์ (goal)
๑. พระภิกษุสามเณร และศาสนบุคคลในวัด ได้รับการฝึกอบรมที่ดีมีคุณภาพอย่างทั่วถึง
๒. พระภิกษุสามเณรในวัดได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ และมาตรฐานตามฐานานุรูป
๓. ศาสนบุคคลของวัด ได้รับการศึกษาหลักธรรม ตามสมควรแก่อัตภาพ
๔. สถานศึกษาของวัด จัดการศึกษาได้มาตรฐาน
๕. การเผยแผ่พระพุทธศาสนา มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล
๖. การพัฒนาวัดสามารถตอบสนองความต้องการของสังคม ทั้งในด้านปริมาณ และคุณภาพ
๗. วัดสามารถเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคมคุณธรรม คุณภาพตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
กลยุทธ์
๑. เน้นฝึกอบรมกรรมฐานทั้งสมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐาน
๑.๑ ฝึกอบรมพระกัมมัฏฐานทุกวันธรรมสวนะ และวันหยุดสุด สัปดาห์
๑.๒ ฝึกอบรมและปฏิบัติธรรม ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา และวันสำคัญของชาติ
๑.๓ ปฏิบัติธุดงควัตร เดินจงกรม และเข้าค่ายอบรมคุณธรรม
๑.๔ สำหรับพระภิกษุสามเณร ควรปฏิบัติตนตามหลักกิจวัตร ๑๐ ประการ
๒. สร้างโอกาสทางการศาสนศึกษา และการเรียนรู้ตลอดชีวิต
๒.๑ สร้างและประกันโอกาสการศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรม/แผนกบาลีทุกชั้นทุกประโยค
๒.๒ สร้างและประกันโอกาสการได้รับการอบรมวิชาธรรมศึกษาทุกชั้นทุกระดับ
๒.๓ พัฒนาครูและรูปแบบ การจัดการศาสนศึกษาที่หลากหลาย และสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียน
๒.๔ พัฒนาหลักสูตรและแบบเรียนพระปริยัติธรรมให้เหมาะสมแก่พระภิกษุสามเณรทุกวัย
๓. ยกระดับการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
๓.๑ พัฒนาพระธรรมทูต พระนักเผยแผ่ พระจริยานิเทศก์ และพระธรรมกถึกให้มีความรู้ความชำนาญ
๓.๒ พัฒนาเทคนิคและวิธีการเผยแผ่ให้เหมาะสมยุคโลกาภิวัฒน์
๓.๓ พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการเผยแผ่
๓.๔ พัฒนาระบบการประกันคุณภาพการเผยแผ่
๓.๕ คัดเลือกและสร้างพระนักเผยแผ่รุ่นใหม่
๔. พัฒนาการศึกษาสงเคราะห์ตามแนวพุทธวิธีและวิถีพุทธ
๔.๑ พัฒนาด้านบริหารจัดการตามหลักพุทธวิธีและธรรมาภิบาล
๔.๒ พัฒนาศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ตามหลักไตรสิกขา
๔.๓ เสริมสร้างการมีส่วนร่วมระหว่าง พระ/ ครู/ ผู้ปกครองนักเรียนและชุมชน
๔.๔ จัดกิจกรรมกลุ่มยุวพุทธิกสัมพันธ์ภายในองค์กรให้เข้มแข็ง
๔.๕ วางแผนจัดตั้งยุวพุทธอาสาภายใน-ภายนอกองค์กร
๕. พัฒนาวัดให้เป็นศูนย์รวมจิตใจ และเป็นแหล่งปัญญาธรรม คารวธรรม และสามัคคีธรรม
๕.๑ จัดวัดให้เป็นอุทยานการศึกษาของชุมชน
๕.๒ จัดวัดให้เป็นศูนย์สุขภาพ และศูนย์สมุนไพรของชุมชน
๕.๓ บริหารจัดการวัดให้เป็นสถานที่ประชุม สัมมนาและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ชุมชน
๕.๔ ส่งเสริมบทบาทของวัดให้เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ
๕.๕ อำนวยความสะดวกในการบำเพ็ญกุศลตามสมควร
๕.๖ ร่วมมือกับส่วนราชการ เอกชน องค์กร ชุมชน และสถาบันทางสังคมในการจัดกิจกรรม
๖. เสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์แก่สังคม ชุมชน ปัจเจกชน และสถาบันทางสังคมทุกภาคส่วน
๖.๑ ส่งเสริมกิจกรรมปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมและวิถีประชาธิปไตย
๖.๒ ส่งเสริมแนวพัฒนากิจกรรมเศรษฐกิจพอเพียงในชุมชน
๖.๓ ส่งเสริมวัฒนธรรม สันติสุข และสัมมาชีพในชุมชน
๖.๔ ส่งเสริมกิจกรรมสถาบันทางสังคมทุกภาคส่วน
๖.๕ ร่วมเสริมสร้างระเบียบวินัย เสียสละ สามัคคี และกตัญญูกตเวทิตาธรรม
๑. การปกครอง
นโยบาย
๑. ฝึกอบรม สอดส่องดูแล พระภิกษุสามเณรให้ประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัย กฎหมาย กฎมหาเถรสมาคมและระเบียบแบบแผนของคณะสงฆ์อย่างเคร่งครัด
๒. กำหนดให้พระภิกษุสามเณรภายในวัด ปฏิบัติพระกัมมัฏฐาน เป็นประจำตลอดปี
๓. ออกระเบียบปฏิบัติสำหรับพระภิกษุสามเณร เพื่อเป็นเครื่องมือของเจ้าอาวาสในการควบคุมและส่งเสริมการปฏิบัติสมณกิจของพระภิกษุสามเณรภายในวัด
๔. กวดขัน ควบคุม สอดส่องและส่งเสริมศาสนบุคคลของวัด ให้ตระหนักในหน้าที่ และมีโอกาสพัฒนาตนเอง
๕. ใช้หลักปัคคหวิธี และ นิคคหวิธี ในการปกครองและลงโทษแก่บรรพชิต และคฤหัสถ์ ผู้ประพฤติละเมิดพระธรรมวินัย กฎหมาย และระเบียบแบบแผนอันดีงามของวัด
มาตรการ
๑. เร่งรัดให้มีการปรับปรุงโครงสร้างงานปกครอง ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาวัด จำนวนพระภิกษุสามเณร ศาสนบุคคล และ ปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น โดยกำหนดบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ และภารกิจของแต่ละงานของวัดให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
๒. ปรับปรุงแก้ไขและจัดทำระเบียบ ประกาศ และคำสั่งต่าง ๆของวัดมหาพุทธาราม ให้สอดคล้อง ครบถ้วน และเป็นอุปการะการปกครองให้มีประสิทธิภาพ
๓. จัดทำแผนปฏิบัติงานประจำปี ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาวัด เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐาน สำหรับงานบริหารงานบุคคล งบประมาณ ตลอดจนรายรับ-รายจ่าย การรับบริจาคเงินบำรุงวัด ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค
๔. เร่งรัดพัฒนาพระภิกษุสามเณร และศาสนบุคคลของวัด ให้มีความรู้หลักธรรมคำสอน และประพฤติปฏิบัติตนตามหลักพระธรรมวินัย เพื่อความเชื่อมั่นศรัทธาของประชนทั่วไป
๕. เร่งรัดให้มีการวางแผนสอบสวนคุณสมบัติของกุลบุตรผู้ใคร่จะเข้ามาบรรพชาอุปสมบทในวัด ให้เป็นไปตามกฎมหาเถรสมาคม เพื่อป้องกันความเสียหาย อันอาจเกิดขึ้นเพราะกรณีดังกล่าว
๒. การศาสนศึกษา
นโยบาย
๑. พัฒนาการผลิตครูผู้สอนทั้งแผนกธรรม-แผนกบาลี ให้มีความรู้ความชำนาญทางวิชาการ มีปฏิปทาน่าเลื่อมใสศรัทธา มีบุคลิกภาพน่ายกย่องนับถือ มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ใฝ่รู้ ใฝ่คิด และรู้จักเสียสละเพื่อส่วนรวม
๒. พัฒนาระบบการบริหารจัดการศาสนศึกษาให้มีประสิทธิภาพ โดยเน้นกระบวนการฝึกอบรมครูสอนพระปริยัติธรรม ระบบการจัดการเรียนการสอน และวิธีการสอนให้มีประสิทธิภาพ
๓. พัฒนาการจัดการศาสนศึกษาทั้งแผนกธรรม และแผนกบาลีทุกชั้นทุกประโยค ให้สามารถนำไปส่งเสริมเกื้อกูลในการจัดการศึกษาอื่น ๆ
๔. จัดตั้งกองทุนส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรม เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้พระภิกษุสามเณรได้มีโอกาสไปศึกษาต่อในสำนักหรือสถาบันชั้นสูงต่อไป
มาตรการ
๑. เร่งผลิตและฝึกอบรมครูสอนพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรมและแผนกบาลี ให้มีประสิทธิภาพ และมีจำนวนเพียงพอแก่ความต้องการของสำนักและเกื้อกูลต่อสำนักอื่น ๆ
๒. เร่งจัดระบบบริหารกระบวนการเรียนการสอน ให้มีมาตรฐานเหมาะสมตามชั้น หรือประโยคที่เรียน และให้ผู้เรียนสามารถคิดเป็น วิเคราะห์เป็นตามหลักโยนิโสมนสิการ
๓. เร่งจัดบรรยากาศ สภาพห้องเรียน และสภาพแวดล้อม ให้เอื้อต่อการพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน และสร้างความรักความสามัคคีระหว่างครู นักเรียน ตลอดจนปลูกฝังกตัญญูกตเวทิตาธรรมต่อสถาบันพระศาสนา
๔. เร่งจัดตั้งกองทุนเพื่อการศาสนศึกษา กองทุนเพื่อภัตตาหาร กองทุนรักษาพยาบาล และกองทุนเพื่อศึกษาต่อในระดับสูงขึ้นไปทั้งทางคดีโลกและคดีธรรม ซึ่งจะเป็นการพัฒนาและส่งเสริมศาสนทายาท ให้มีความรู้ที่จะรักษาตนและพระศาสนาไว้ได้
๓. การเผยแผ่
นโยบาย
๑. พัฒนาและผลิตพระนักเผยแผ่พระพุทธศาสนาประจำสำนัก ให้มีความรู้ความสามารถในการเทศนา ปาฐกกถา และบรรยายธรรม ให้เหมาะสมแก่วุฒิภาวะของผู้ฟัง
๒. พัฒนาทัศนคติพระภิกษุสามเณร ให้เห็นความสำคัญของการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ว่าเป็นมูลเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้พระพุทธศาสนามีความมั่นคง และแผ่ขยายไปยังประชาชนในท้องถิ่นต่าง ๆ
๓. พัฒนาระบบ เทคโนโลยีและสื่อในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ให้มีความทันสมัยเหมาะสม เพียงพอ และมีประสิทธิภาพ
๔. พัฒนาระบบบริหารหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล (อ.ป.ต.) ที่ตั้งอยู่ในวัด ให้มีศักยภาพ และประสิทธิภาพในการดำเนินกิจการ
มาตรการ
๑. เร่งรัดการฝึกอบรมพระภิกษุสามเณรในวัด ให้มีความเข้าใจหลักการเผยแผ่ การสื่อสาร การแนะนำ และชี้แจงความสำคัญและความเป็นมาของวัดได้อย่างถูกต้องชัดเจน
๒. เร่งรัดการจัดทำสื่อ เอกสาร สิ่งพิมพ์ ข้อมูลการเผยแผ่ให้เพียงพอ เหมาะสม เป็นปัจจุบัน และขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานภาค ภาคเอกชน ประชาชน ตลอดจนสถานีวิทยุกระจายเสียงของรัฐ และสถานีวิทยุชุมชนต่าง ๆ
๓. เร่งรัดปรับปรุงบริบทภายในวัดให้เป็นเสมือนห้องสมุดกลางแจ้ง เพื่อเป็นแหล่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การสร้างความเข้าใจหลักคำสอน และนำหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา ไปใช้ในชีวิตประจำวัน
๔. ปรับปรุงบทบาทของวัดให้ตอบสนองต่อความประสงค์ของชุมชนในฐานะเป็นองค์กรนำด้านความสะอาด สงบ สว่าง
๕. เร่งรัดปรับปรุงแก้ไข ขจัดพฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์ของศาสนบุคคล และส่งเสริมให้พระภิกษุสามเณรเจริญด้วยศีล สมาธิ ปัญญา งอกงามด้วยสุปฏิบัติ อุชุปฏิบัติ ญายปฏิบัติ และสามีจิปฏิบัติ
๔. การศึกษาสงเคราะห์
นโยบาย
๑. พัฒนาการบริหารจัดการการศึกษาสงเคราะห์ตามแนวพุทธวิธี และวิถีพุทธ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในด้านพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมของเยาวชน ให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์และอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข
๒. พัฒนาบุคลกร เช่น พระภิกษุ สามเณร ครู ให้ตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของวัดในการอบรม สั่งสอนประชาชน และเป็นแหล่งเผยแผ่ความดี ตลอดจนปฏิบัติเป็นตัวอย่างในทางที่ชอบ
๓. พัฒนาศูนย์การศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ศูนย์เด็กก่อนเกณฑ์ในวัด และศูนย์สงเคราะห์ประชาชน ให้ดำเนินการตามแนวพุทธวิธี คือ ปัญญา กรุณา บริสุทธิ์
๔. พัฒนากระบวนการอบรม ให้มีปฏิสัมพันธ์กับหลักสูตรที่มีการเรียนการสอนตามปกติในโรงเรียน และสามารถนำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้จริง
มาตรการ
๑. เร่งรัดการจัดการศึกษาสงเคราะห์ตามแนวพุทธวิธีและหลักวิถีพุทธ สนองนโยบายของคณะสงฆ์ เพื่อคืนคนดีมีคุณภาพ และมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์สู่สังคมและครอบครัว
๒. เร่งรัดให้มีการปรับปรุงแก้ไขจุดอ่อนระบบการบริหารจัดการศึกษาสงเคราะห์ โดยยกระดับการศึกษาสงเคราะห์เป็นการศึกษาพัฒนาคุณภาพ และคุณธรรมของต้นกล้าและต้นทุนทางสังคมมนุษย์
๓. เร่งรัดให้มีการออกระเบียบการบริหารจัดการศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ และศูนย์อื่น ๆที่อยู่ในวัด ได้ถือเป็นแนวปฏิบัติให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน อีกทั้งมีการจัดแบ่งหน้าที่รับผิดชอบของคณะกรรมการอย่างชัดเจน
๔. ดำเนินการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมการศึกษาของกุลบุตร กุลธิดา ที่มีความประพฤติดี ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ กตัญญู แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ได้มีโอกาสเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นไป หรือให้มีความรู้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ตามสมควรแก่อัตภาพ
๕. งานสาธารณูปการ
นโยบาย
๑. พัฒนาถาวรวัตถุ เสนาสนะ และอาคารประกอบ ให้มีเอกลักษณ์ทางศิลปะสถาปัตยกรรมของชาติ ศิลปะ สถาปัตยกรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น เน้น
โครงสร้างแข็งแรงทนทาน และประหยัด
๒. พัฒนาวัดให้เป็นศูนย์กลางชีวิตและชุมชนปัญญาธรรม โดยการพัฒนาระบบนิเวศน์ และภูมิทัศน์ของวัด ให้เหมาะสมสอดคล้องต่อสถานการณ์ปัจจุบัน
๓. พัฒนาเสนาสนะที่พักอาศัยของพระภิกษุสามเณร ให้เป็นสัปปายะ และมีจำนวนเพียงพอแก่ผู้อยู่อาศัย พร้อมทั้งพัฒนาระบบสาธารณูปโภคให้มีมาตรฐาน และเหมาะสมแก่สมณสารูป
๔. พัฒนาวัดให้เป็นอาราม มีความร่มรื่น สะอาด ปลอดอบายมุข เป็นธรรมสถาน คารวสถาน และปุญญสถานของชุมชน
๕. พัฒนาวัดให้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ ส่งเสริม อนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมของชุมชน และเป็นศูนย์การเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และของชาติ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนตลอดจนสถาบันการศึกษาทั่วไป
มาตรการ
๑. เร่งรัดให้มีการทำแบบแปลน แผนผังวัด รูปลักษณะอาคาร กุฎีสังฆาวาส กำหนดเขตภายในวัดให้เป็นเขตพุทธาวาส เขตสังฆาวาส เขตการศึกษา และเขตสาธารณสงเคราะห์
๒. เร่งรัดให้มีการวางแผนแม่บท เพื่อจัดทำระบบนิเวศน์ และจัดภูมิทัศน์ภายในบริเวณวัด โดยคำนึงถึงความเหมาะสม ประหยัด และเป็นการพัฒนาแบบยั่งยืน
๓. เร่งรัดให้มีการบูรณะและก่อสร้างเสนาสนะต่าง ๆ อาทิ ศาลาบำเพ็ญกุศล ศาลาการเปรียญ กุฎีสงฆ์ กุฎีรับรอง หอประชุม และอาคารอเนกประสงค์ เท่าที่มีความจำเป็น และเอื้อประโยชน์แก่สาธารณชน
๔. เร่งรัดให้มีการจัดที่ธรณีสงฆ์ และศาสนสมบัติของวัด ให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎมหาเถรสมาคม กฎกระทรวง ทั้งนี้ เพื่อป้องกันความเสียหายอันอาจเกิดขึ้นเพราะเหตุใดเหตุหนึ่งก็ได้
๕. จัดให้มีมาตรการในการดูแล รักษา ส่งเสริมความเป็นระเบียบเรียบร้อยอันดีงามภายในวัด และจัดบริการความสะดวกแก่พระภิกษุสามเณร ส่วนราชการ หน่วยงานเอกชน ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสถานศึกษา
๖. งานสาธารณสงเคราะห์
นโยบาย
๑. พัฒนากิจกรรมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและชุมชนที่อยู่ใกล้วัด ให้ความร่วมมือในการอบรม แนะนำหลักธรรมในการดำเนินชีวิตแก่ชุมชน
๒. พัฒนาแนวคิดของชุมชนให้เข้าใจหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
๓. พัฒนาองค์ความรู้การประกอบสัมมาชีพ สันติสุข วัฒนธรรมประเพณี และกตัญญูกตเวทิตาธรรมแก่ชุมชน และสถานศึกษา ให้มีความรู้ความเข้าใจระบอบธรรมาธิปไตย หรือธรรมาภิบาล สามารถอยู่ร่วมกันด้วยดี มีสุข
มาตรการ
๑. เร่งรัดให้มีการจัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและชุมชน เช่น การอบรมคุณธรรม จริยธรรม และงานชุมชนสัมพันธ์ที่ไม่ขัดต่อพระธรรมวินัยและสมณภาวะ
๒. เร่งรัดและจัดประชุมสัมมนาประชาคมหมู่บ้าน ประชาคมชุมชน องค์กรมหาชนตำบล เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสภาพแวดล้อม
๓. เร่งรณรงค์ให้ประชาชนบำเพ็ญประโยชน์เนื่องในโอกาสวันสำคัญทางศาสนาและวันสำคัญของชาติ ตลอดจนลด ละ เลิกการเสพเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และเล่นการพนันในเขตศาสนสถาน
๔. ร่วมกับครอบครัว ชุมชน องค์กร สถานประกอบการ และสถาบันทางสังคมจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ ให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ สังคมแห่งภูมิปัญญา และสังคมคุณภาพในโอกาสต่อไปฯ
แผนงาน / โครงการ
๑. โครงการบูรณะวิหาร ขณะนี้ดำเนินการไปแล้ว ๙๐ %
๒. โครงการบูรณะอุโบสถ ขณะนี้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว
๓.โครงการก่อสร้างศาลาบำเพ็ญกุศล ๒ หน่วย ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท
๔. โครงการก่อสร้างกุฎีสงฆ์ ๕ หน่วย งบประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท
๕. โครงการก่อสร้างศาลาปฏิบัติธรรม งบประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท
๖. โครงการก่อสร้างอาคารรับรอง “ อาคารพุทธานุภาพ” งบประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท
๗. โครงการก่อสร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรม ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท
๘. โครงการก่อสร้างห้องสมุด “พุทธเนรมิต” งบประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท
๙. แผนงาน/โครงการ/กิจกรรมอื่น ๆ อีก ฯลฯ
การบูรณปฏิสังขรณ์
๑. วิหารหลวงพ่อโต
วิหารหลวงพ่อโต สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๙ ในสมัยพระเดชพระคุณพระราชจินดามุนี (เสน ปญฺญาวชิโร) และต่อมา ปี พ.ศ.๒๕๒๗ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพวรมุนี ได้บูรณะภายในวิหารบางส่วน ที่สำคัญได้ทำการปิดทองหลวงพ่อโต และยกฉัตรห้าชั้นเหนือองค์พระพุทธปฏิมา โดยได้รับความอุปถัมภ์จากคุณนายประสิทธิพร พรหมดิเรก และคณะผู้มีจิตศรัทธาทั้งในจังหวัดศรีสะเกษและกรุงเทพมหานคร จัดกฐินสามัคคีมาทอดถวาย ณ วัดมหาพุทธาราม ได้รับทราบจากคำบอกเล่าของผู้ที่เคยร่วมทอดกฐินครั้งนั้นว่า ได้ปัจจัยบำรุงวัดและปิดทองหลวงพ่อโต ประมาณ ๘๐,๐๐๐ บาท (แปดหมื่นบาท)
อนึ่ง คุณนายประสิทธิพร พรหมดิเรก ยังได้ป็นเจ้าภาพสร้างพระพุทธรูปปางมารวิชัย นัยว่า เป็นพระพุทธรูปจำลองขององค์หลวงพ่อโต จำนวน ๑ องค์ ขณะนี้ประดิษฐานอยู่ภายในวิหาร ด้านทิศเหนือหลวงพ่อโต
พ.ศ.๒๕๔๑
เมื่อพระมหาธีรังกูร ธีรงฺกุโร ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดมหาพุทธาราม มีการบูรณปฏิสังขรณ์ดังนี้
๑. ทำการบูรณะซ่อมแซมภาพจิตกรรมฝาผนังใหม่บางส่วนในวิหาร แทนของเดิมที่ชำรุดทรุดโทรม เพราะถูกฝนสาดเปียก ทำให้ภาพจิตกรรมลบเลือนไป สิ้นงบประมาณ ๗,๕๖๐๐ บาท(เจ็ดหมื่นห้าพันหกร้อยบาท)
๒. ทาสีภายในวิหารใหม่ พร้อมกับเปลี่ยนสายไฟฟ้า และโคมระย้าตลอดจนจัดระบบเสียงภายในวิหาร สิ้นงบประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ บาทเศษ (สองแสนห้าหมื่นบาทเศษ)
๓. ลงรักปิดทององค์หลวงพ่อโตใหม่ทั้งหมด โดยใช้งบประมาณทั้งสิ้น ๖๕๐.๐๐๐ บาทเศษ (หกแสนห้าหมื่นบาทเศษ)
พ.ศ.๒๕๔๐ ซ่อมแซมอุโบสถ เนื่องจากในปี พ.ศ.๒๕๔๐ สมัยพระครูศาสนกิจวิธาน เป็นเจ้าอาวาส เกิดไฟไหม้ภายในอุโบสถ ผนัง โต๊ะหมู่บูชา อาสนสงฆ์ ก็ถูกไฟไหม้ไปในคราวนั้นด้วย ครั้น พ.ศ.๒๕๔๑ พระมหาธีรังกูร ธีรงกุโร เจ้าอาวาสรูปต่อมา ได้ทำการซ่อมแซมภายในอุโบสถใหม่ สิ้นงบประมาณ ๑๗๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนเจ็ดหมื่นบาท)
- ลงรักปิดทองพระประธานและพระสารีบุตร พระโมคคัลลานะในอุโบสถใหม่ สิ้นงบประมาณ ๘๙,๐๐๐ บาท (แปดหมื่นเก้าพันบาท)
- ซ่อมแซมมณฑป มุงหลังคาเสริม ปรับปรุงภายใน ทาสีทั้งภายในและภายนอก ตกแต่งซ่อมแซมบันไดนาคทางขึ้นทั้งสองด้าน สิ้นงบประมาณ ๕๐,๐๐๐ บาท (ห้าหมื่นบาท)
- บูรณะซ่อมแซมซุ้มประตูวัด ๓ ด้าน คือ ทิศตะวันออก ทิศตะวันตก และทิศใต้รวมถึงกำแพงแก้วรอบวัด สิ้นงบประมาณ ๒๗๐,๕๐๐ บาท (สองแสนเจ็ดหมื่นห้าร้อยบาท)
- ปรับปรุงสภาพภายในวัด และจัดวางท่อระบายน้ำขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑๐๐ เซนติเมตร จากประตูโขงด้านตะวันตกถึงประตูโขงด้านทิศตะวันตก ความยาว ๒๐๐ เมตร พร้อมทั้งขยายทางเดินเท้าปูด้วยอิฐตัวหนอน (อินแซคชั่น) สิ้นงบประมาณ ๓๕๖,๐๐๐ บาทเศษ (สามแสนห้าหมื่นหกพันบาทเศษ)
- ปรับปรุงภูมิทัศน์รอบวิหารและมณฑป เช่น ขยายพื้นที่ปลูกต้นไม้ ปลูกไม้ประดับ ปลูกหญ้า และจัดแนวถนนคนเดินด้านทิศตะวันออกวิหาร สิ้นงบประมาณ ๒๗๐,๐๐๐ บาท (สองแสนเจ็ดหมื่นบาท)
พ.ศ.๒๕๔๓
- บูรณะซ่อมแซมหลังคาอุโบสถ โดยการมุงกระเบื้องสุโขทัย ทาสีภายใน ภายนอก และเทคอนกรีตบริเวณลานรอบอุโบสถ (ช่างแสวง มณี ผู้รับจ้าง) สิ้นงบประมาณ ๖๕๗,๐๐๐ บาท (หกแสนห้าหมื่นเจ็ดพันบาท)
พ.ศ.๒๕๔๔
- บูรณะ ลงรักปิดทององค์หลวงพ่อโต พระสารีบุตร พระโมคคัลลาน์ สิ้นงบประมาณ ๔๕๖,๐๐๐ บาท (สี่แสนห้าหมื่นหกพันบาท) ตกแต่ง ลงรักปิดทองฐานชุกชีองค์หลวงพ่อโต และติดตั้งโคมไฟเพดานวิหาร สิ้นงบประมาณ ๖๐,๐๐๐ บาทเศษ (หกหมื่นบาท) รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน ๕๑๖,๐๐๐ บาท (ห้าแสนหนึ่งหมื่นหกพันบาท)
..... ฯลฯ .....
แก้ไขล่าสุด (วันพุธที่ 02 กันยายน 2009 เวลา 09:46 น.)