๑๑. มุ่งการพัฒนา
การพัฒนา ก็คือ การปรับปรุงแก้ไข การเสริมสร้างเติมแต่งให้ดีขึ้นเจริญขึ้นยิ่งกว่าที่เป็นอยู่ ผู้ใด หรือที่ใดที่ขาดการพัฒนาปรับปรุง ขาดการเสริมแต่งให้ดียิ่งขึ้น ผู้นั้นหรือที่นั้น เรียกกันว่า “ ขาดการพัฒนา ”
เจ้าคุณอาจารย์ เป็นพระเถระที่มุ่งเน้นการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง ทั้งในการพัฒนานั้น ท่านมิได้มุ่งหวังลาภสักการะเป็นสิ่งตอบแทนแต่อย่างใด ท่านหวังเพียงให้ผู้นั้น สิ่งนั้น หรือที่นั้นเจริญขึ้น ดีขึ้นกว่าเดิมและเป็นประโยชน์แก่สาธารณชนกว้างขวางกว่าเดิมเท่านั้น ในการพัฒนาของเจ้าคุณอาจารย์สามารถสรุปรวมได้เป็น ๒ ประเด็นใหญ่ ๆ คือ
๑. พัฒนาคน คำว่า “ คน ” นี้ เป็นคำสมมติเรียกสัตว์ชนิดหนึ่ง ที่มีหลัก “ มนุษยธรรม ” หรือ “ ศีล ๕ ” ในจิตสันดาน และมีความเจริญทางจิตใจสูงกว่าสัตว์ดิรัจฉานทั่วไป จากคำจำกัดความข้อนี้ คนที่ไม่มีมนุษยธรรม หรือคนที่ไม่มีศีล ๕ จึงไม่ควรที่จะเรียกว่า “ เป็นคน ” เพราะมีคุณลักษณะนิสัยและสันดานไม่แตกต่างจากสัตว์ชนิดอื่น ๆ
การพัฒนาคนนั้น มีทั้งพัฒนาภายนอก มีทั้งพัฒนาภายใน พัฒนาภายใน คือการทำให้คนนั้น ๆ มีความรู้ มีคุณธรรมจริยธรรม มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม พัฒนาภายนอก คือการสนับสนุนส่งเสริมให้คนนั้น ๆ มีสุขภาพอนามัยที่ดี มีกิริยามารยาททางสังคมที่ดี มีสัมมาคารวะ เป็นต้น
เจ้าคุณอาจารย์เล็งเห็นความสำคัญของ “ คน ” ท่านจึงได้ทุ่มเทแรงกาย แรงสติปัญญา แรงทรัพย์พัฒนาปรับปรุงคนให้มีคุณภาพดีขึ้น มีจิตใจสูงขึ้น โดยการสนับสนุนส่งเสริมให้มีการเรียนการศึกษาทั้งนักธรรมบาลี ทั้งการศึกษาวิชาการทางโลกแขนงต่าง ๆ เพราะท่านเล็งเห็นว่าการจะพัฒนาคนให้ดีขึ้น มีคุณภาพมากขึ้น สิ่งที่จะช่วยได้ นั่นก็คือ “ การศึกษา ”
ด้วยแรงความทุ่มเทในการพัฒนาของเจ้าคุณอาจารย์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จึงได้มีคนที่มีคุณภาพเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก มีศิษย์ที่จบการศึกษาในระดับต่าง ๆ มากมาย ดังที่ได้กล่าวแล้วในบทก่อน ๆอนึ่ง ในการพัฒนาคนของเจ้าคุณอาจารย์นี้ สามารถแบ่งออกได้เป็น ๒ แบบ คือ
- พัฒนาตัวบุคคล การพัฒนาลักษณะนี้ เป็นการเน้นการพัฒนาตัวบุคคลนั้น ๆ ให้ดีขึ้น มีคุณภาพมากขึ้น
- พัฒนากลุ่มบุคคล การพัฒนาเช่นนี้ เป็นการพัฒนาคนหลาย ๆ คนที่มีภูมิลำเนาและมีความต้องการในเรื่องเดียวกันในเวลาเดียวกัน
การพัฒนาคนนั้น มีกระบวนการ มีวิธีการมากมาย มีทั้งทางตรงและทางอ้อม เจ้าคุณอาจารย์จะใช้วิธีการต่าง ๆ ในการพัฒนาคน ตามแต่ลักษณะของคนนั้น ๆ และตามแต่วัตถุประสงค์ที่ต้องการจะพัฒนาคนนั้น ๆ แต่เมื่อสรุปวิธีการ กระบวนการพัฒนาคนที่เจ้าคุณอาจารย์ใช้ มีอยู่ดังนี้
- ให้ศึกษาเล่าเรียน การเรียนเป็นการเสริมความรู้ เสริมพัฒนาการทางสติปัญญา ทำให้คนเรามีความรู้เพิ่มขึ้น มีความสามารถเพิ่มขึ้น
- ให้ทำงานหรือสนองงาน บางคนสติปัญญาน้อย เรียนไม่ค่อยได้ หรือเรียกง่าย ๆ ว่า “ เรียนโง่ ” เจ้าคุณอาจารย์ก็จะไม่บังคับให้เรียน ท่านจะใช้วิธีการให้ทำงาน คือท่านจะใช้ให้ทำงาน เพื่อเป็นการพัฒนาทักษะความสามารถของคนนั้น ๆ ให้มากขึ้น
แม้ผู้ที่มีสติปัญญามาก บางทีท่านก็มอบหมายงานหรือภาระหน้าที่ให้ทำ เพื่อให้คนนั้นเกิดการเรียนรู้ เกิดพัฒนาการ และมีความรับผิดชอบ ทั้งนี้ เพราะท่านต้องการเสริมสร้างทักษะให้คนนั้น ๆ เป็นประการสำคัญ
- ให้เป็นผู้ติดตาม ข้อนี้หากไม่พิจารณา ไม่คิดให้ลึก ก็จะไม่เข้าใจ เพราะการที่เจ้าคุณอาจารย์ให้บางคนหรือพระเณรบางรูปติดตามไปนั้น ท่านต้องการให้ได้เห็น ได้ศึกษาเรื่องต่าง ๆ วิธีการต่าง ๆ หรือวัฒนธรรมประเพณีของท้องที่ต่าง ๆ เพื่อนำมาปรับปรุงพัฒนาตนเอง และท้องถิ่นของตนเองต่อไป
๒. พัฒนาวัตถุ แม้ว่าการพัฒนาวัตถุจะไม่สำคัญเท่ากับการพัฒนาคน แต่ก็เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ เพราะวัตถุเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคน คือ วัตถุที่ได้สร้างได้พัฒนาขึ้นนั้น เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นตัวช่วยอำนวยความสะดวกในการพัฒนาของคนในสังคมนั้น ๆ
เจ้าคุณอาจารย์ได้พัฒนา ได้สร้างถาวรวัตถุต่าง ๆ ขึ้นมากมาย ทั้งที่วัดมหาพุทธาราม ทั้งที่วัดบ้านอะลาง ทั้งที่อื่น ๆ อีก ทั้งนี้ ก็เพราะท่านต้องการให้ถาวรวัตถุเหล่านั้น เป็นที่สำหรับพัฒนาคน เป็นที่สำหรับยกจิตใจ ยกสามัญสำนึกของคน และท่านต้องการให้ถาวรวัตถุเหล่านั้น เป็นที่พักผ่อน เป็นที่บำเพ็ญบุญ บำเพ็ญประประโยชน์ของชุมชน ของสังคมนั้น ๆ
เจ้าคุณอาจารย์เป็นนักพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง ท่านได้เป็นผู้นำก่อสร้างอาคารสถานที่ต่าง ๆ หลายแห่ง หรือบางทีก็มีผู้มาขอความอุปถัมภ์การก่อสร้างถาวรวัตถุ ท่านก็ช่วยอย่างเต็มที่ ทั้งบริจาคทรัพย์ส่วนตัวเท่าที่จะช่วยได้ ทั้งบอกบุญญาติโยให้ช่วยกันอีกทางหนึ่งด้วย ดังนั้น จึงกล่าวได้อย่างไม่กระดากว่า เจ้าคุณอาจารย์เป็นพระนักพัฒนาที่ไม่ย่อมหยุดนิ่ง
แก้ไขล่าสุด (วันพฤหัสบดีที่ 03 กันยายน 2009 เวลา 13:18 น.)