๑๔. ใส่ใจบริวาร
การประกอบกิจการ หรือการทำงานใหญ่ ๆ ที่ไม่สามารถทำได้คนเดียว ต้องพึงพากำลังของคนอื่น ๆ ด้วย เมื่องานประสบความสำเร็จแล้ว สิ่งที่จะต้องคำนึงถึง ก็คือ “ ขุนพล ” ผู้ที่ช่วยเหลือให้การงานสำเร็จลุล่วง
ในการบริหารงานคณะสงฆ์ ต้องพึงพาคนจำนวนมากขับเคลื่อนงานให้ดำเนินไป เปรียบเหมือนเครื่องจักรใหญ่ ที่มีฟันเฟื่องมีส่วนประกอบต่าง ๆ มากมาย เพื่อให้เครื่องจักรทำงานได้ คนคนเดียวย่อมไม่สามารถที่จะทำงานทุกอย่างให้สำเร็จได้ แต่เพราะอาศัยกำลังความคิด กำลังกายและกำลังใจของหลาย ๆ คนรวมกัน จึงสามารถก้าวไปสู่ความสำเร็จได้
การบริหารงานของเจ้าคุณอาจารย์ที่ประสบความสำเร็จอย่างดี เพราะท่านยึดคติที่ว่า “ ต้องให้ความเป็นธรรมกับลูกน้องทุกคนที่ใช้งาน ” คือ เมื่อการดำเนินการสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ท่านก็จะไม่ลืมบุญคุณความดีความรู้ความสมารถของลูกน้อง ที่ได้ร่วมแรงร่วมงานกัน ไม่ว่าลูกน้องคนนั้นจะสนิทสนมคุ้นเคยหรือไม่ก็ตาม
ผู้ที่เป็นผู้นำผู้บริหาร ที่คิดว่าความสำเร็จเกิดขึ้นได้เพราะตนเองเป็นผู้นำ แล้วมองข้ามลูกน้องผู้ร่วมงาน ที่เปรียบเสมือนแขนขาของตน นั่นเท่ากับเป็นการทำลายตนเองโดยอ้อม เพราะเมื่อลูกน้องเกิดความรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็จะขาดความมุ่งมั่นทุ่มเท การทำงานก็จะลดประสิทธิภาพลง เหมือนกับเครื่องจักรใหญ่ที่เกิดชำรุดหรือสึกหรอ ไม่ได้รับการบำรุงรักษาซ่อมแซม ประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องจักรนั้นก็จะลดลง และก็จะพังในที่สุด
ในการบริหารกิจการงานของคณะสงฆ์นั้น เปรียบเหมือนกับเครื่องจักรที่ต้องอาศัยส่วนต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนให้เครื่องทำงาน หากพระสงฆ์เจ้าพนักงานรูปใดรูปหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไม่ทำงาน งานในส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกันก็จะหยุดชะงัก ฉะนั้น เมื่อการบริหารกิจการของคณะสงฆ์ หรือการประกอบกิจกรรมของวัดสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีแล้ว เจ้าคุณอาจารย์จะไม่ลืมลูกน้องและผู้ร่วมงานในส่วนต่าง ๆ ท่านจะตอบแทนความดีอย่างเหมาะสม เหมือนแม่ทัพเมื่อเสร็จศึกแล้วปูนบำเหน็จรางวัลให้ขุนพล ฉะนั้น
ซึ่งการตอบแทนความดีหรือการแสดงน้ำใจของเจ้าคุณอาจารย์ในฐานะที่ท่านเป็นผู้นำผู้บริหารนี้ ย่อมก่อให้เกิดประโยชน์ต่าง ๆ หลายประการ สามารถสรุปได้โดยสังเขป ดังนี้
๑. เป็นการจูงใจ เจ้าคุณอาจารย์เป็นผู้นำผู้บริหารที่มีน้ำใจตอบแทนลูกน้องหรือพนักงาน ฉะนั้นจึงเป็นการจูงใจให้ลูกน้องหรือผู้ใต้บังคับบัญชาเกิดความกระตือรือร้นในการทำงาน
๒. เป็นการสร้างเครดิต เจ้าคุณอาจารย์เป็นผู้นำผู้บริหารที่มีน้ำใจกับลูกน้องผู้อยู่ในบังคับบัญชา จึงได้รับความรักความนับถือจากลูกน้องและผู้ใต้บังคับบัญชานั้น ๆ นับว่าเป็นการสร้างเครดิตให้ตนเองอีกทางหนึ่ง และเพราะท่านเป็นผู้นำผู้บริหารที่ได้รับความรักเคารพจากลูกน้อง จึงสมารถบริหารงานบริหารกิจการของคณะสงฆ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๓. เป็นการกระตุ้นลูกน้อง เจ้าคุณอาจารย์ ท่านให้ความสำคัญกับลูกผู้ใต้บังคับบัญชาเสมอ เมื่อลูกน้องผู้ใต้บังคับบัญชาคนใดหรือหมวดใดทำงานได้อย่างดีมีประสิทธิภาพ ก็จะตอบแทนอย่างเหมาะสม จึงเป็นการกระตุ้นให้ลูกน้องผู้ใต้บังคับบัญชาคนอื่น ๆ รูปอื่น ๆ หรือหมวดอื่น ๆ เกิดความขยันและกระตือรือร้นที่จะทำงานให้ดีขึ้น
๔. เป็นการสร้างความรักความผูกพัน เจ้าคุณอาจารย์เป็นผู้นำผู้บริหารที่ไม่เคยลืมลูกน้องผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา ท่านจะตอบแทนความดี หรือมอบรางวัลให้กับลูกน้องผู้ใต้บังคับบัญชาที่ได้ช่วยให้งานประสบความสำเร็จเสมอมา จึงเป็นการสร้างความรักความผูกพันระหว่างผู้นำผู้บริหารกับลูกน้องผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
โดยปกติของคนเราเมื่ออยู่ดีกินอิ่ม ร่างกายก็แข็งแรงจิตใจก็ปลอดโปร่ง สามารถที่จะทำงานให้มีประสิทธิภาพได้ ผู้นำผู้บริหาร เมื่อการดำเนินงานหรือการประกอบกิจกรรมประสบความสำเร็จแล้ว จะต้องไม่ลืมลูกน้องผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาผู้เป็นดังแขนขาของตนเอง ต้องบำรุงเลี้ยงให้เขาอยู่สุขกินอิ่ม ต้องมี “ น้ำใจ ” ตอบแทนความดีของเขาอย่างเหมาะสม
ผู้นำผู้บริหารบางรูป หรือบางคน “ ดีแต่ใช้ ” แต่ “ ไม่เคยเลี้ยงดู ” ไม่เคยสนใจว่าคุณจะทำอย่างไร ใครจะทำช่วยคุณ คุณจะทำที่ไหน หรือคุณจะอยู่กินอย่างไร แต่เมื่อทำเสร็จแล้วคุณต้องนำมาเสนอผม คุณเป็นลูกน้องผม คุณต้องเลี้ยงผม ผู้นำผู้บริหารเช่นนี้ ย่อมไม่ได้ความรักความเคารพและความผูกพันจากลูกน้องผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา
แก้ไขล่าสุด (วันพฤหัสบดีที่ 03 กันยายน 2009 เวลา 13:18 น.)