๓. กตัญญูกตเวทีนำหน้า
พระโบราณาจารย์ท่านกล่าวไว้ว่า “ นิมิตตัง สาธุรูปานัง กตัญญูกตะเวทิตา ” แปลว่าความกตัญญูกตเวที เป็นเครื่องหมายของคนดี ฉะนั้น จึงกล่าวได้ว่ามาตรวัดความดีของคนอีกอย่างหนึ่ง ก็คือความรู้บุญคุณของผู้มีบุญคุณแล้วตอบแทน
คนเราทุกคนในโลกนี้ล้วนมี “ บุพพการีชน ” ด้วยกันทั้งนั้น โดยเฉพาะ “ พ่อกับแม่ ” เพราะหากไม่มีพ่อกับแม่แล้วไซร้ เราจะเกิดมาเป็นคนได้อย่างไรกัน! ทั้งพ่อแม่ท่านยังยกให้เป็นพระพรหม เป็นวิสุทธิเทพ เป็นพระอรหัน เป็นบุรพาจารย์ของลูกอีกด้วย เพราะท่านมีคุณต่อลูกเป็นอเนกอนันต์
ความกตัญญูกตเวที คือรู้บุญคุณที่ท่านได้ทำให้เราแล้วก็ทำตอบแทน คนที่ไม่รู้บุญคุณผู้อื่น ไม่ควรจะเรียกว่าเป็นคน เพราะแม้แต่สุนัขที่คนเลี้ยงเอาไว้มันยังรู้บุญคุณแล้วตอบแทนด้วยการเฝ้าบ้านให้ เป็นต้น ฉะนั้น คนที่ไม่รู้บุญคุณผู้อื่นแล้วไม่ตอบแทน จึงไม่นับว่าเป็นคนดี อันความกตัญญูรู้คุณแล้วทำตอบแทนนี้ นักปราชญ์ท่านกล่าวว่าเป็นเครื่องหมายของคนดี ดังสุภาษิตที่ว่า “ นิมิตตัง สาธุรูปานัง กตัญญูกตะเวทิตา ”
ท่านเจ้าคุณอาจารย์ เป็นพระเถระที่มีความกตัญญู และมีกตเวทิตาธรรมอยู่ภายในจิตสันดานอย่างสูงส่ง ซึ่งคุณธรรมใด ๆ ก็ตาม ไม่อาจจะปลูกสร้างให้เต็มในจิตใจได้เพียงชั่วข้ามคืน แต่ต้องอาศัยต้นแบบ การอบรมสั่งสมมาเรื่อย ๆ และซึมซับ ซึมลึกลงไปในจิตใจอย่างแน่นแฟ้น จนเป็นปกติวิสัยของชีวิต อย่างมั่นคง ไม่หวั่นไหว ไม่คลอนแคลน ผู้ที่ได้ติดตามเจ้าคุณอาจารย์ หรือผู้ใกล้ชิด จะได้พบเห็นการกระทำที่แสดงออกถึงความมี “ กตัญญูกตเวทิตาธรรม ” ของเจ้าคุณอาจารย์
ธรรมดาว่าผู้ที่บวชเป็นพระเป็นเณร จะต้องมี “ พระอุปัชฌาย์อาจารย์ ” เจ้าคุณอาจารย์เป็นพระเถระที่มีความเคารพรักในอุปัชฌาย์อาจารย์อย่างยิ่งยวด เมื่อมีเวลาโอกาสท่านจะต้องไปกราบเยี่ยมและปรนนิบัติเสมอ และเมื่อไปถึง ท่านก็จะบอกผู้ติดตามด้วยความภาคภูมิใจว่า “ นี่แหละวัดอุปัชฌาย์ นี่แหละวัดอาจารย์ของเรา ”
นอกจากนี้แล้ว เจ้าคุณอาจารย์ยังมีความกตัญญูกตเวทีต่อพระสงฆ์เถระรูปอื่น ๆ อีก ดังจะเห็นได้ว่าหลังจากเข้าพรรษาทุกปี ท่านจะต้องไปทำวัตร คือทำสามีจิกรรมต่อพระสงฆ์เถระที่มีอุปการคุณอยู่มิได้ขาด และท่านยังได้แนะนำพร่ำสอนศิษย์ให้ยึดมั่นในหลักของ “ กตัญญูกตเวทิตาธรรม ” คือสอนให้รู้คุณคนและตอบแทน อย่าได้เป็นคนไม่รู้คุณคน
ในข้อนี้ ทำให้ระลึกนึกถึงปฏิปทาของพระสารีบุตรเถระ ผู้เป็นอัครสาวกที่ได้รับการยกย่องว่ามีปัญญามากเป็นเลิส และยอดเยี่ยมด้วยความกตัญญู พระสารีบุตรเถระท่านได้ฟังธรรมจากพระอัสสชิ ได้บรรลุธรรมแล้วจึงมาบวชในพระพุทธศาสนา แม้ในภายหลังท่านได้บรรลุเป็นพระอรหันต์และมีตำแหน่งเป็นถึง “ อัครสาวกเบื้องขวา ” (เป็นสาวกมือขวาของพระพุทธเจ้า) ท่านก็ยังระลึกถึงคุณของอาจารย์ คือพระอัสสชิอยู่เสมอ เมื่อท่านทราบว่าพระอัสสชิอยู่ทางทิศใด เวลานอนท่านก็จะนอนหันศีรษะไปทางทิศที่พระอัสสชิอยู่ เพื่อแสดงถึงความเคารพ
พ่อแม่เป็นบุพพการีชนที่มีอุปการคุณต่อลูกมากที่สุด มีมากมายจนไม่อาจจะกล่าวพรรณนาให้หมดสิ้นได้ พระโบราณาจารย์ท่านกล่าวเปรียบเอาไว้ว่า “ถึงจะใช้แผ่นฟ้าแทนกระดาษ ใช้ภูเขาพระสุเมรุแทนปากกา และใช้น้ำในมหาสมุทรแทนหมึก จดบันทึกพรรณนาพระคุณของพ่อแม่ แม้แผ่นฟ้าจะเต็มไปด้วยตัวอักษร ภูเขาพระสุเมรุจะสึกกร่อนจนหมด น้ำในมหาสมุทรจะเหือดแห้งไป ก็ยังจดบันทึกพรรณนาพระคุณของพ่อแม่ไม่หมด”
เพราะพ่อแม่มีพระคุณมากเช่นนี้ พระพุทธเจ้าจึงสอนให้คนเรามีความ “ กตัญญูกตเวที ” ต่อพ่อแม่ ซึ่งความกตัญญูต่อพ่อแม่นี้มีผลานิสงส์มาก สามารถช่วยให้ผู้ประพฤติปฏิบัติพ้นจากภยันตรายได้ ทั้งยังช่วยหนุนส่งให้ประสบความสุขความสำเร็จในชีวิตการงานอีกด้วย
ท่านเจ้าคุณอาจารย์ทราบความข้อนี้อย่างชัดเจน ท่านจึงตอบแทนพระคุณ “ บิดามารดา ” อย่างเต็มที่ เมื่อครั้งที่โยมบิดาท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านก็ได้อุปถัมภ์ค้ำชูอย่างดียิ่ง ตามสมณะสารูป แม้เมื่อโยมบิดาท่านเสียไปแล้ว ในวาระพิเศษต่าง ๆ เช่น ในวันคล้ายวันเกิด (ของท่านเจ้าคุณอาจารย์) หรือในวาระอื่น ๆ ท่านก็จะทำบุญอุทิศส่วนกุศล (ทักษิณานุปทาน) แด่โยมบิดาและบรรพบุรุษคนอื่น ๆ อยู่เสมอ ๆ
ในส่วนโยมมารดา (แม่ใหญ่ทองมา มูลพันธ์) แม้ปัจจุบันนี้ท่านก็ยังมีชีวิตอยู่ และมีสุขภาพที่แข็งแรงดีอีกด้วย นับว่าท่านเป็นผู้ที่มีบุญมากคนหนึ่ง ท่านมีบุตรที่เป็น “ เจ้าคุณ ” ถึงสองท่านด้วยกัน คือ
๑. พระเดชพระคุณ “ พระศรีธรรมนาถมุนี ” (ธีรังกูร ธีรังกุโร) รองเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ เจ้าอาวาสวัดมหาพุทธาราม
๒. พระเดชพระคุณ “ พระปริยัติสุธี ” (สายธาร ธีรังกุโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม เจ้าคณะ ๘ วัดชนะสงคราม กรุงเทพฯ
พระเถระทั้งสองรูปนี้ เป็นที่รักเคารพนับถือของชาวบ้านอะลางเป็นอย่างยิ่ง ทั้งพระเถระทั้งสองยังเป็นผู้นำชาวบ้านอะลางพัฒนา วัด บ้าน โรงเรียนอยู่เสมอมา
แม้ท่านเจ้าคุณอาจารย์จะเป็นพระ แต่ท่านก็ได้บำรุงเลี้ยงโยมมารดาของท่านอย่างดียิ่ง ตามสมณสารูป ท่านได้จัดหาอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรคให้โยมแม่อย่างเพียงพอ เมื่อโยมแม่เจ็บไข้ได้ป่วยท่านก็นำส่งโรงพยาบาล ในวาระที่สำคัญ คือ “ วันคล้ายวันเกิด ” ของโยมแม่ เจ้าคุณอาจารย์ก็จะทำบุญเนื่องในวันเกิดให้โยมแม่
มิใช่แต่เจ้าคุณอาจารย์จะมีกตัญญูกตเวทิตาธรรมต่อโยมบิดามารดาเท่านั้น แม้คนอื่น ๆ ท่านก็ไม่ลืมบุญคุณ เพราะใครก็ตามที่เคยช่วยเหลืองาน หรือเคยอุปถัมภ์ท่าน ท่านก็จะระลึกนึกถึงอยู่เสมอ และนำมากล่าวยกย่องสรรเสริญให้ศิษย์ฟังอีกด้วย เมื่อมีโอกาสท่านก็จะตอบแทนตามสมควร ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นพระหรือเป็นฆราวาส
ปฏิปทาเหล่านี้ ย่อมเป็นข้อบ่งชี้ถึงความมี “ กตัญญูกตเวทิตาธรรม ” ในจิตสันดานของเจ้าคุณอาจารย์อย่างแนบแน่นและฝังรากลึก ฉะนั้น ท่านจึงนับได้ว่าเป็น “ แบบอย่างที่ดี ” ที่อนุชนควรปฏิบัติตาม
แก้ไขล่าสุด (วันพฤหัสบดีที่ 03 กันยายน 2009 เวลา 13:18 น.)