๖. ประเสริฐด้วยจริยาบริหาร
ในสังคมเรามีคนอยู่สองประเภทใหญ่ ๆ คือ ผู้บริหารหือผู้นำ และผู้อยู่ในบริหารหรือผู้ตาม ในคนทั้งสองประเภทนี้ บางคนเป็นผู้นำเพราะมีอิทธิพลมาก บางคนเป็นผู้นำเพราะมีคุณธรรมหรือคุณสมบัติมาก คนที่จะเป็นผู้นำ ผู้บริหาร เป็นหัวหน้า จะต้องมีคุณธรรมหรือคุณสมบัติหลายอย่าง จึงจะเป็นผู้นำที่สามารถครองตน ครองคน ครองงานได้
“คน” เป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดในหน่วยงานในองค์กร ในองค์กรในหน่วยงานที่มีคนมีคุณภาพ องค์กรหน่วยงานก็เจริญก้าวหน้า ในองค์กรในหน่วยงานใดคนไม่มีคุณภาพ องค์กรหน่วยงานนั้น ๆ ย่อมมีความฉิบหายเป็นเป้าหมาย คนเราทุกคนย่อมมีเป้าหมายเป็นของตนเอง คือทุกคนต่างก็มีจุดมุ่งหมายของตนเอง แม้หน่วยงานองค์กรต่าง ๆ ก็เช่นเดียวกัน คือหน่วยงานองค์กรต่าง ๆ ล้วนมีจุดหมายหรือเป้าหมาย ดังนั้น ในทุกหน่วยงานทุกองค์กรจึงสรรหาผู้นำผู้บริหารเข้ามาดูแลรับผิดชอบ เพื่อให้หน่วยงานหรือองค์กรบรรลุเป้าหมายที่วางเอาไว้
ผู้นำผู้บริหารในระดับต่าง ๆ ตั้งแต่ระดับรากหญ้าคือผู้นำครอบครัว ไปจนถึงผู้นำผู้บริหารระดับสูงสุดคือผู้นำประเทศ จะต้องเป็นคนดีมีความสามารถ กล้าคิด กล้าทำ กล้านำ กล้าตัดสินใจ ต้องเป็นคนที่มีเหตุผลเหนือกว่าอารมณ์ ผู้นำหรือผู้บริหารที่มีอารมณ์เหนือกว่าเหตุผล ผู้ใต้บังคับบัญชามักจะกลัว แต่ไม่รักเคารพด้วยใจจริง ส่วนผู้นำผู้บริหารที่มีเหตุผลเหนือกว่าอารมณ์ มักเป็นที่รักเคารพของผู้ใต้บังคับบัญชา ในครอบครัวใดก็ตาม ถ้าหากผู้นำครอบครัวเป็นคนที่มีความรับผิดชอบ เอาใจใส่ดูแลสุขทุกข์ เอาใจใส่ดูแลความเป็นอยู่ของคนในครอบครัว คอยตักเตือนพร่ำแนะนำคนในครอบครัวที่หลงผิด เป็นต้น ครอบครัวย่อมจะมีแต่ความสงบสุข เป็นบ่อเกิดความเจริญก้าวหน้า เป็นที่ยกย่องสรรเสริญของคนอื่น ในทางกลับกัน ถ้าหากผู้นำครอบครัวใดขาดความรับผิดชอบ เช้าเมาเย็นเมา หรือชอบเที่ยวแสวงหาความสำราญใส่ตน โดยไม่คิดคำนึงถึงความเป็นอยู่ของสมาชิกในครอบครัว ครอบครัวเช่นนี้ย่อมประสบปัญหาต่างๆ มากมาย เป็นสาเหตุให้ครอบครัวเกิดความแตกแยก สมาชิกในครอบครัวขาดความสุขความอบอุ่น ขาดคนคอยชี้แนะชี้นำในทางที่ถูกที่ควร สุดท้ายก็กลายเป็นปัญหาของสังคม
ในหน่วยงานองค์กรสถาบันหรือในสังคมระดับสูงขึ้นไปก็เช่นเดียวกัน ผู้นำผู้บริหารจะต้องเป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูง คอยสอดส่องดูแลความสงบสุขของสมาชิกในหน่วยงานองค์กรสถาบัน หรือถ้าหากเป็นผู้นำประเทศก็ต้องคอยสอดส่องเอาใจใส่ดูแลสุขทุกข์ของประชาชน สิ่งใดควรช่วยอย่างเร่งด่วนก็รีบจัดการช่วยเหลือ สิ่งใดไม่รีบเร่งก็จัดการตามความเหมาะสม เป็นต้น ถ้าผู้นำผู้บริหารทำได้เช่นนี้ ย่อมจะได้รับความไว้วางใจ ความรัก และความนับถือจากผู้อยู่ในใต้บังคับบัญชาอย่างแน่นอน พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงคุณธรรมสำหรับผู้นำผู้บริหารไว้หลายประการ
แต่ในที่นี้จะขอยกเอาคุณธรรมที่เจ้าคุณอาจารย์ใช้ในการบริหารกิจการคณะสงฆ์ระดับจังหวัด และบริหารจัดการภายในวัด ที่เห็นว่าสมควรและเหมาะสมแก่ยุคสมัยมากล่าว โดยสังเขป ดังต่อไปนี้
เมตตา คือ มีความจริงใจ รักผู้ร่วมงาน ในการปกครองการบริหารคน ความรัก ความจริงใจ เป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก คนที่มีความรักความจริงใจต่อกันย่อมสามารถร่วมงานกันได้อย่างสนิทใจ ทำอะไรก็ทำด้วยความเต็มใจและสุขใจ แต่คนที่ไม่มีความรักความจริงใจต่อกันจะทำอะไรก็คอยแต่หวาดระแวงว่าจะถูกอีกฝ่ายหนึ่งจ้องจับผิด
เจ้าคุณอาจารย์เป็นผู้นำผู้บริหารที่มีความรักความจริงใจ แม้ตนเองจะเหนื่อยยากลำบากสักปานใดก็จะไม่หวั่น ท่านตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่อความสุขความสำเร็จของหน่วยงานองค์กรสถาบันอย่างเต็มที่ ปฏิปทาเช่นนี้เปรียบดังเช่นที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงปฏิบัติมาแล้ว
เจ้าคุณอาจารย์เป็นผู้นำผู้บริหารที่มีความรักความจริงใจต่อผู้อยู่ในบังคับบัญชา ฉะนั้นท่านจึงเป็นที่รักที่ยกย่องสรรเสริญของผู้อยู่ในบังคับบัญชา และสามารถนำพาหน่วยงานองค์กรสถาบันให้เจริญก้าวหน้าได้อย่างดียิ่ง
กรุณา คือ เห็นใจ เข้าใจ ให้คำแนะนำ คนเรามาจากต่างสถานที่ต่างพ่อต่างแม่ ปัญหาต่าง ๆ ย่อมมีแตกต่างกันออกไป ดังคำพังเพยที่ว่า “ ร้อยคนร้อยปัญหา ” ผู้นำผู้บริหารต้องมีความเข้าใจเห็นใจผู้ใต้บังคับบัญชา ต้องอ่านใจออก ต้องรู้นิสัยใจคอ และต้องให้คำแนะนำให้คำปรึกษาในปัญหาต่าง ๆ ไม่ใช่ว่าพอผู้ใต้บังคับบัญชามีปัญหาเกิดขึ้นก็จะใช้กฎระเบียบมาตัดสิน โดยไม่สอบถามไม่หาสาเหตุ การทำเช่นนี้เป็นปัจจัยให้เกิดความเครียดขึ้นแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างยิ่ง
เจ้าคุณอาจารย์เป็นผู้นำผู้บริหาร ที่มีเหตุผล มีความยืดหยุ่นในกฎระเบียบ ผ่อนหนักผ่อนเบา ผ่อนสั้นผ่อนยาว หากผู้อยู่ใต้บังคับทำงานทำงานผิดพลาดจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม ท่านก็จะให้คำแนะนำปรึกษาให้กำลังใจ ไม่เรียกผู้ใต้บังคับบัญชาที่ทำงานผิดพลาดมาด่าประจาน
อันความเข้าใจ ความเห็นใจที่ผู้นำผู้บริหารมีให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชา ย่อมเป็นบ่อเกิดความรักความนับถือในหมู่ผู้ใต้บังคับบัญชา ดังที่พวกเราพากันเคารพศรัทธาในพระมหากรุณาธิคุณของพระพุทธเจ้าและสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ฉะนั้น เจ้าคุณอาจารย์จึงเป็นที่รักเคารพยำเกรงของผู้ใต้บังคับบัญชา
มุทิตา คือ สนับสนุน ยกย่อง เชิดชู เมื่อผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาทำดีมีผลงานเด่นเป็นที่ประจักษ์ ผู้นำผู้บริหารที่ดีต้องยกย่องเชิดชู ให้การสนับสนุน แต่ผู้นำผู้บริหารบางคน กลัวลูกน้องผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาจะเด่นกว่าตน เมื่อลูกน้องมีผลงานดีเด่นก็จะรีบเสนอหน้าตัวเองเข้ามามีส่วนร่วมทันที “ นี่ถ้าผมไม่ให้คำแนะนำผลงานคงไม่ออกมาดีเช่นนี้ นี่คือความคิดผมที่ให้คุณ….เป็นผู้นำไปปฏิบัติ ผลที่ออกมาจึงเป็นเช่นนี้ ” นี่คือลักษณะของผู้นำผู้บริหารที่แย่ในสายตาของผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้นำผู้บริหารประเภทนี้พองานออกมาไม่ดีหรือมีความผิดพลาดเกิดขึ้น เขาก็จะพากันโทษคนนั้นคนนี้ “ ผมไม่รู้เขาไม่ได้ปรึกษาผม ฉันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย เพราะมัวแต่ดูแลงานส่วนอื่นอยู่ ” ผู้นำผู้บริหารเช่นนี้พอมีของร้อนมาใกล้ตัวเขาจะพากันโยนทิ้งหมด
ในการบริหารปกครอง เจ้าคุณอาจารย์จะใช้คุณธรรมที่ว่า “ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ” ซึ่งเป็นสัจธรรมที่ไม่มีวันตาย เป็นหัวใจหลัก คนทำดีท่านก็ยกย่องเชิดชู เช่น มีการมอบรางวัล มีการประกาศเกียรติคุณ หรือมีโบนัสให้เป็นกรณีพิเศษ เป็นต้น เพื่อเป็นการให้กำลังใจแก่ผู้ที่ดีมีผลงาน และเป็นการกระตุ้นให้คนอื่น ๆ ทำดีอีก
ในขณะเดียวกันท่านก็ใช้หลักที่ว่า “ ข่มคนที่ควรข่ม ยกย่องคนที่ควรยกย่อง ” ควบคู่กันไป เมื่อผู้ใต้บังคับบัญชาทำผิดท่านก็ว่ากล่าวตักเตือน หรือลงโทษตามความเหมาะสมด้วยความปรารถนาดี
อุเบกขา คือ มอบหมายงานให้ตามความสามารถ ตามสมควร อันคนเรานั้นมีความรู้ความสามารถและความถนัดแตกต่างกัน บางคนก็ถนัดวางแผนแต่ไม่ถนัดปฏิบัติ บางคนก็ถนัดปฏิบัติแต่ไม่ถนัดการวางแผน บางคนก็ถนัดที่จะพูดมากกว่าทำ บางคนก็ถนัดที่จะทำมากว่าพูด ฉะนั้น ผู้นำผู้บริหารต้องมีความสามารถในการจัดแบ่งงานให้เหมาะกับคน ใครเหมาะกับงานประเภทไหนก็จัดให้ทำงานประเภทนั้น ไม่ใช่ว่าคนเรียนมาทางบัญชีให้ไปทำการตลาด คนเรียนการตลาดให้ไปทำธุรการ เป็นต้น เพราะถ้าหากทำเช่นนี้ย่อมเป็นผลเสียแก่หน่วยงานองค์กรสถาบัน งานไม่เดินบุคลากรทำงานไม่มีประสิทธิภาพ เหมือนกับเราเอารถเก๋งไปใช้แทนรถบรรทุก มันทำงานได้ก็จริงแต่มันไม่เต็มประสิทธิภาพ
เจ้าคุณอาจารย์เป็นผู้นำผู้บริหารที่รู้จักจัดสรรงานให้เหมาะกับบุคลากร และจัดสรรบุคลากรให้เหมาะกับงาน ไม่มอบหมายงานให้คนใดคนหนึ่งมากจนเกินไป เพราะท่านเล็งเห็นว่าการมอบหมายงานให้มากเกินไปย่อมเป็นการลดประสิทธิภาพของคนและงานลง แม้คนคนนั้นจะมีความสามารถมากก็ตาม เพราะเมื่อมีงานที่จะต้องรับผิดชอบมากขึ้น ประสิทธิภาพที่เคยมีก็จะถูกแบ่งซอยออกเป็นส่วน ๆ เมื่อภาระหน้าที่เพิ่มมากขึ้นประสิทธิภาพก็ลดหย่อนลง ฉะนั้น ท่านจึงรู้จักการแบ่งงานอย่างพอเหมาะพอควรกับกำลังประสิทธิภาพของลูกน้องผู้ใต้บังคับบัญชา
จักขุมา คือ มีตาคือปัญญาที่กว้างไกล ฉลาดหลักแหลมในยุทธวิธีการบริหารงาน รู้ระบบขั้นตอนของงานเป็นอย่างดี สามารถวางแผนการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีแนวความคิดที่สร้างสรรค์ สามารถใช้คนเป็น เป็นคนที่ชำนาญในการใช้ความคิด (Conceptual Skill) เจ้าคุณอาจารย์เป็นผู้นำผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ยาวไกล สามารถมองเห็นอนาคตและวางแผนงานเพื่ออนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วิธูโร คือ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้นำผู้บริหารต้องมีความรู้ความชำนาญในการบริหารงานอย่างดีเยี่ยม เหมือนอย่างช่างทองที่มีความรู้ความชำนาญ พอเห็นทองก็รู้ว่าทองแท้ทองปลอม หรือหมอที่ชำนาญในการผ่าตัด ย่อมสามารถรักษาคนไข้ให้หายได้ เจ้าคุณอาจารย์ก็เฉกเช่นนั้น ท่านมีความชำนาญในการบริหารงานอย่างดี รู้ระบบขั้นตอนของงานอย่างดียิ่ง
เจ้าคุณอาจารย์ เป็นผู้นำผู้บริหารที่รู้ขั้นตอนของงาน สามารถจัดตารางการปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสม และรู้เทคนิคของงาน งานที่ออกมาจึงมีประสิทธิภาพ จึงสามารถกล่าวได้ว่า เจ้าคุณอาจารย์เป็นผู้นำผู้บริหารที่มีความชำนาญทางเทคนิค (Technical Skill)
นิสสะยะสัมปันโน คือ เป็นที่พึ่งของบุคลากรในหน่วยงานได้ เจ้าคุณอาจารย์เป็นผู้นำผู้บริหารที่เป็นที่พึ่งเป็นที่ปรึกษาของลูกน้องได้ เป็นผู้ที่มี “ เครดิต ” หรือ “ มนุษยสัมพันธ์ ” ดี ผูกมิตรกับคนในหน่วยงานในองค์กรสถาบันได้อย่างดี และสามารถผูกใจของคนได้ การบริหารงานของท่านจึงมีประสิทธิภาพ
ที่สำคัญ เจ้าคุณอาจารย์เป็นผู้นำผู้บริหารที่ใช้ “ พระคุณ ” มากกว่า “ พระเดช ” คือท่านใช้ธรรมเป็นอำนาจ ยึดหลักของเหตุผล ฉะนั้น จึงจะสามารถครองใจผู้อื่นได้ ด้วยเหตุนี้จึงสามารถกล่าวได้ว่าเจ้าคุณอาจารย์เป็นผู้นำผู้บริหารที่มีความรู้ความชำนาญในเรื่องมนุษยสัมพันธ์ (Human Relation Skill) คุณธรรม คุณสมบัติดังที่กล่าวมาข้างตนนี้มีอยู่อย่างครบครันเพียบพร้อมในตัวของเจ้าคุณอาจารย์ และในการบริหารงานคณะสงฆ์ระดับจังหวัดก็ดี การบริหารจัดการภายในวัดก็ดี เจ้าคุณอาจารย์ก็ใช้หลักคุณธรรมเหล่านี้เป็นเครื่องมือ ท่านจึงเป็นที่รักเคารพและเป็นที่ยอมรับของคณะสงฆ์เป็นอย่างยิ่ง
ผู้นำผู้บริหารทุกระดับตั้งแต่ระดับครอบครัวจนถึงระดับประเทศ ต้องมีคุณสมบัติดังที่กล่าวมา จึงจะสามารถบริหารตน บริหารคน บริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ในการทำงานสิ่งที่เราควรตระหนักให้ดียิ่ง คือ “ อย่ากลัวว่าคนอื่นจะไม่รู้ว่าเราเก่ง ” ดังภาษิตของขงจื้อบทหนึ่งที่ว่า “ อย่าห่วงว่าใครจะไม่รู้ว่าท่านเก่งหรือมีความสามารถ แต่จงห่วงว่าสักวันหนึ่งเมื่อคนเขายกย่องหรือเลื่อนตำแหน่งท่าน ท่านจักมีความเก่งความสามารถสมกับที่เขายกย่องหรือเลื่อนตำแหน่งท่านหรือไม่! ”
อันผู้นำผู้บริหารที่ฉลาดในบางครั้งบางกรณีก็ต้องยอมเป็นคนโง่บ้าง เพื่อที่จะได้ศึกษาหาความรู้จากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ สมดังที่สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสโส) แห่งวัดบรมนิวาสได้นิพนธ์ไว้ว่า
ทางชีวิต จะรุ่งโรจน์ โสตถิผล
ต้องรู้โง่ รู้ฉลาด ปราดเปรื่องตน
แก้ไขล่าสุด (วันพฤหัสบดีที่ 03 กันยายน 2009 เวลา 13:18 น.)